<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-1162936956484450417</id><updated>2011-07-07T16:40:20.228-07:00</updated><title type='text'>คมเคียว-คันไถ่  Khom Kieo Khantai</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://somportkangkorn.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1162936956484450417/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://somportkangkorn.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Les Amis du Vieux Tamarin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12057062049450451737</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>1</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1162936956484450417.post-6371683956252609728</id><published>2009-08-02T14:21:00.000-07:00</published><updated>2009-08-02T14:54:31.258-07:00</updated><title type='text'>คำกลอน ของ คำเคียว-คันไถ่</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;กลอนเซิ้ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;                                                            คมเคียว  -  คันไถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;           จี่ขอเว้า   เรื่องเล่ากลอนเซิ้ง         ให้ฟังเบิ่ง   แบบเซิ้งนางแมว&lt;br /&gt;           หรือตามแนว   กลอนเซิ้งบั้งไฟ  ถึงผู้ใหญ่   ปกครองหมู่บ้าน&lt;br /&gt;           เป็นคนแรก   ปกครองมานาน          ตั้งแต่บ้าน   หมู่หนึ่งหมู่เดียว&lt;br /&gt;           เป็นผู้เกี่ยว   ตระกูลแม่หม้าย          เพิ่นลูกชาย   ของแม่เฒ่าพรม&lt;br /&gt;           คนนิยม   ชื่อผู้ใหญ่พวง   ฮู้จักหลวง   เมืองลพบุรี&lt;br /&gt;           เกิดรุ่นพี่   ของพระครูอ่ำ   เป็นผู้นำ   บ้านมะขามเฒ่า&lt;br /&gt;           มีกองข้าว   ยาวยี่สิบวา   ปกครองมา   กว่าสามสิบปี&lt;br /&gt;           ตั้งแต่มี   บ้านสิบสี่หลัง   พอมาตั้ง   แบ่งเป็นหมู่สอง&lt;br /&gt;           ผู้ปกครอง   คือผู้ใหญ่นวน          เขยคนพวน   มาจากบ้านทราย&lt;br /&gt;           ฮู้จักนาย   อำเภอบ้านเซ่า&lt;br /&gt;           เขาเลยเอา   เป็นผู้ใหญ่บ้าน         เข้าปกครอง   หมู่หนึ่งอยู่นาน&lt;br /&gt;           มาร่วมงาน   กับผู้ใหญ่กุ่ม         ปกครองคุ้ม   ในเขตหมู่สอง&lt;br /&gt;           ผู้ใหญ่กุ่ม   คนแรกปกครอง         ตระกูลของ   ลูกแม่เฒ่าเพียร&lt;br /&gt;           เขาเห็นเขียน   หนังสือตัวดี         ความรู้มี   ก่าดีพอใช้&lt;br /&gt;           สองผู้ใหญ่   ใส่หมวกจีโว         ไต่ตะโข   เครื่องแบบขาสั้น&lt;br /&gt;           ขี่ม้าผ่าน   เข้าไปประชุม         ผู้ใหญ่กุ่ม   กับผู้ใหญ่นวน&lt;br /&gt;           กลับบ้านชวน   ไปกินสาโท         กินแล้วเมา   ย่างตกตะโข&lt;br /&gt;           คุ้มบ้านโต   ตะโข บ่ ดี         ผู้ใหญ่กุ่ม   เป็นอยู่หลายปี&lt;br /&gt;           มีคนดี   แทนที่ทำงาน         มีผู้ช่วย   มีศักดิ์เป็นหลาน&lt;br /&gt;           ชอบทำงาน   หลานแม่เฒ่าเพียร        เพิ่นก่าเฮียน   ธรรมมะธรรมโม&lt;br /&gt;           พัฒนา   ตะโขให้ย่าง         เบิกทางหลวง   ให้ควายเทียวทาง&lt;br /&gt;           เป็นแบบอย่าง   การพัฒนา         ผู้ใหญ่นวน   หมู่หนึ่งเกษียน&lt;br /&gt;           ชาวบ้านเปลี่ยน   เป็นผู้ใหญ่สง่า  เหล่าตระกูล   เฒ่าเอี่ยมต่อมา&lt;br /&gt;           พัฒนา   ถนนดินดำ   เริ่มมาทำ   ทางไปสระเตย&lt;br /&gt;           ถนนเลย   ด้วนอยู่หมู่สอง   ร่วมยุคของ   ผู้ใหญ่เสวย&lt;br /&gt;           หลานเฒ่าเพียร   ทางแม่ตามเคย  ผู้ใหญ่เสวย   ตระกูลลุงเพชร&lt;br /&gt; ยุคนี้เอ็ด   หมายเลขเขตบ้าน  พากันย้าน   ขโมยลักงัว&lt;br /&gt; ป่าวเอ็ดฮั้ว   ทุกๆหลังคา  เป็นที่มา   สังคมยุคใหม่&lt;br /&gt; แต่ก่อนไป   หัวท้ายหมู่บ้าน  นั่งเซาฮ้าน   กลางบ้านคุยกัน&lt;br /&gt; เดี๋ยวนี้กั้น   โฮ้ทุกหลังคา  พอค่ำมา   พากันอยู่ยาม&lt;br /&gt; จุกอยู่ตาม   ทางหลวงเข้าบ้าน  นั่งตามฮ้าน   คอยตีกะลอ&lt;br /&gt; ยุค  พอ  ศอ   สองสี่เก้าห้า  ยุคต่อมา   ผู้ใหญ่ไสว&lt;br /&gt; ยุคนี้ไฟ   เข้าในหมู่บ้าน  เสาไฟผ่าน   เข้ามาหมู่สอง&lt;br /&gt; ลูกชายของ   ผู้ใหญ่เสวย  คนนี้เคย   เป็นชาติทหาร&lt;br /&gt; เพิ่นเป็นหลาน   ของพ่อเฒ่าเพชร  การปกครอง   เบ็ดเสร็จเด็ดขาด&lt;br /&gt; ยืนประกาศ   อยู่กลางเวที  ในยุคนี้   เริ่มมีสภา&lt;br /&gt; พัฒนา   ถนนลูกลัง   วางแผนผัง   ถนนในบ้าน&lt;br /&gt; เคยร่วมงาน   ผู้ใหญ่สง่า  อยู่ต่อมา   จนทันร่วมรุ่น&lt;br /&gt; ถึงสมัย   ผู้ใหญ่สมบุญ  เพิ่นเป็นคน   คุณภาพดี&lt;br /&gt; ตระกูลมี   ทางแม่เฒ่าเอี่ยม  บ่  ใช้เหลี่ยม   เล่ห์มาปกครอง&lt;br /&gt; ปากจองหอง   แต่เสียสละ  ศิลปะ   พูด  บ่  น่าฟัง&lt;br /&gt; แต่ก่าหวัง   ดีต่อหมู่บ้าน  ยุคนี้ด้าน   การพัฒนา&lt;br /&gt; ขุดคลองมา   จนถึงบ้านเฮา  โครงการเอา   ลูกลังมาใส่&lt;br /&gt; ถนนไป   ได้ถึงบ้านกล้วย  เลาะสายห้วย   ไปสู่หลุมข้าว&lt;br /&gt; มะขามเฒ่า   บ้านเฮามีฝาย  ลูกลังยาย   ไปฮอดวังเวิน&lt;br /&gt; บ่  เชื่อเชิญ   ไปค้นคว้าดู  บันทึกอยู่   สภาตำบล&lt;br /&gt; สมาชิก   สองหมู่สองคน  สร้างถนน   มาฮอดหมู่บ้าน&lt;br /&gt; นำเงินผัน(ผลาญ)   มาจากสภา  ส.  สง่า   กับ  ส.  สมโภชน์&lt;br /&gt; สร้างประโยชน์   เข้ามาอุดหนุน  ส.  ไสว   กับ  ส.  สมบุญ&lt;br /&gt; สร้างต้นทุน   ให้รุ่นต่อมา  เขาลือซ่า   ว่ารุ่น  สี่  ส.&lt;br /&gt; เป็นผู้ก่อ   โครงการพัฒนา  รุ่นต่อมา   ผู้ใหญ่สนิท&lt;br /&gt; โทรศัพท์   ประปา  ก่าติด  ดาดคอนกรีต   ไฟติดตามทาง&lt;br /&gt; มีลาดยาง   เข้าตามหมู่บ้าน  บริการ   สะพานข้ามคลอง&lt;br /&gt; เพิ่นครอบครอง   ทั้งวัดทั้งบ้าน  บริหาร   ทั้งเงินกองทุน&lt;br /&gt; ประกาศบุญ   เป็นทายกบ้าน  เพิ่นลูกหลาน   แม่เฒ่าจันดี&lt;br /&gt; ทายกมี   หน้าที่  บ่  มา  โฆษณา   ประกาศงานวัด&lt;br /&gt; ผู้ใหญ่จัด   การเบิดสู่อัน  ร่วมมือกัน   กับผู้ใหญ่หมู่สอง&lt;br /&gt; น้องเขยของ   ผู้ใหญ่สนิท  เพิ่นเกาะติด   ช่วยเหลือหมู่บ้าน&lt;br /&gt; บริหาร   วัดวาอาราม   ขนถ้วยชาม   หามเต๊นท์มามุง&lt;br /&gt; ลาบก่าปรุง   ทั้งช่วยหุงข้าว  ประกาศข่าว   โฆษกในงาน&lt;br /&gt; ราชการ   งานส่วนบุคคล  ทั้งตำบล   ใกล้เคียงหมู่บ้าน&lt;br /&gt; เขาเรียกขาน   หาผู้ใหญ่นิน  คนต่างถิ่น   มาจากแปดริ้ว&lt;br /&gt; ทั้งตำบล   เขาพากันย้อง  ว่าหมู่สอง   มีผู้ใหญ่ดี&lt;br /&gt; ยุคนี้มี   เงิน  เอฟ  เอ็ม  แอล  ได้สองแสน   ซื้อเครื่องสูบน้ำ&lt;br /&gt; ตั้งฮิมฝั่ง   คลองลำโพนทอง  ไว้คอยฮอง   รับดาดคอนกรีต&lt;br /&gt; เล่าอดีต   ถึงปัจจุบัน   ให้ฟังกัน   แต่พอหอมมปาก&lt;br /&gt; เป็นของฝาก   จากลุงสนอง  เป็นชื่อของ  “คมเคียว – คันไถ”&lt;br /&gt; เขายกให้   เป็นปราชญ์ชาวบ้าน  ให้ลูกหลาน   ได้ฟังเอาไว้&lt;br /&gt; เรื่องผู้ใหญ่   ปกครองมะขามเฒ่า  มีเรื่องเล่า   ไว้เพียงท่อนี่&lt;br /&gt;     &lt;br /&gt;    สวัสดี   ลูกหลานทุกคน.&lt;br /&gt;                                                                                                                                                 “คมเคียว – คันไถ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำกลอนลำพวน เรื่อง  “ทำบุญกลางบ้าน”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;                                                           “ คมเคียว – คันไถ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โอ่น้อ    พี่น้องบ้านหม่าขามเฒ่าเอ๊ย   ข้อยจี่เว้า  เรื่องเก่าโบราณ ก่อนเน้อ&lt;br /&gt;เรื่องทำบุญกลางบ้าน  โบราณแต่กาลก่อน   ปู่ย่าตาทวดสร้าง  ธรรมเนียมนี้ให้ลูกหลาน&lt;br /&gt;มีตำนานเว้า   ยืนยาวมาฮอด  หมู่เฮานั้น   มาแต่ก่อนพู้น  เมืองบ้านแห่งพวน  เจ๊าเอ๊ย&lt;br /&gt;ซื่อเพิ่นเว้า  เมืองเก่าเซียงขวาง  เซียงคำ  หลวงพระบาง  มิ่งเมืองหองเจ๊า แดนยาวกว้าง&lt;br /&gt;จดหลีผีกว้างใหญ่   เมืองใหญ่กว้าง  สัตตะบัวระพัน   ยันเวียงจันทน์  จำปาศักดิ์ใต้ต่ำ&lt;br /&gt;ตะวันออกก้ำ  ติดต่อเมืองแกว   ว่าน้าแนวยาว  มาจนถึงเมืองฮ้อ  ทางเหนือนั้นจดผาไดผาด่าง  พู้นเด๊     ปู่ย่าตาทวดสร้าง  เมืองบ้านแห่งพวน  เจ๊าเอ่ย.     &lt;br /&gt;  ยามสงกรานต์เดือนห้า  เวียนมาครบรอบ   สรงน้ำแล้ว  ดาเต๊าแต่งผาม&lt;br /&gt;สังขารข้าม  ตามมาปีใหม่  เจ๊าเอ๊ย   เดือนหกย่าง  เข้าข้างเดือนขึ้นเริ่มมา   เพิ่นก่าเตรียมหา  ซ้าทรายมาตบแต่ง  &lt;br /&gt;ฮ่ายน้ำใส่ขวดน้อย มาพร้อมธูปเทียน  เทียนเวียนหัวเข้า&lt;br /&gt;เอามาวัดรอบ  ก่อนเน้อ   วัดช่วงท้อง  สายดือเจ้าสู่คอ   แล้วก่าหากอหญ้า  คามามัดใส่&lt;br /&gt;หาดอกคูนดอกไม้  มงคลฝ้ายจ่องมา   จากหมู่บ้าน  หลังต่อกันมา  ว่าเน้อ   ดึงฝ้ายต่อ&lt;br /&gt;กันมา  บ่อนโฮมกันตั้ง   เขาก่าพากันกั้ง  โรงธรรมกั้นแดด   ม่านสีแสด  ปูอาสน์ไว้&lt;br /&gt;นิมนต์ไหว้พระสงฆ์   นำพระพุทธรูปตั้ง  โต๊ะหมู่บูชา   หนังสือใบลานคาถา  ใส่กล่องมาเคียงไว้   เพิ่นก่าเชิญเอาไท้  เทวดาทุกหมู่   มาอยู่เฝ้า  ผามน้อยแต่งงาม   พ่อแม่ฮาม&lt;br /&gt;เขื่องน้อยทุกส่ำครัวเฮือน  เสียงฆ้องมุย  มุ่ยเตือน   ลุกจากเฮือนมาได้  ตะวันบ่ายแก่ใกล้&lt;br /&gt;จวนเวลาพลบค่ำ   เสียงย่ำฆ้อง  ต่างผันผ้ายฮีบมา   เอากระต่าตั้ง  เกาะกลุ่มวงหนา&lt;br /&gt;จับเอาเทียนคาถา  แยกมาวางไว้ เอาโอ่งน้ำมนต์วางใกล้  จุดเทียนฟังสวด สวดพระปริต&lt;br /&gt;สาวดให้มงคลบ้านจี่มี  ท่านเอ๊ย.   ประเพณีนี้  มีมาแต่กาลเก่า   เพิ่นพระพุทธเจ้า  จาเว้า&lt;br /&gt;สู่ฟัง  ว่าน้า   สวดมงคลจักรวาลนี้  ดีงามหลายอย่าง ว่าน้า ไล่สิ่งฮ้าย ให้ไกลบ้านหมู่เฮา.&lt;br /&gt;เสียงสวดขึ้น  ถึงแสนหมื่นจักรวาล  ว่าน้า.   ทั่วสถาน พิมานถิ่นแดนแมนฟ้า เทวดาเต้า&lt;br /&gt;ฟังธรรมพร้อมพรั่ง   พากันนั่งอยู่อ้อม  คอยกั้นภูตผี     อันว่าผีป่าฮ้าย  ไล่ออกไปไกล&lt;br /&gt;อันว่าความจังไร  ให้ออกไปไกลบ้าน   อย่าให้มีมารฮ้าย  มาทำลายบังเบียด  &lt;br /&gt;ให้สะเหนียดใหญ่น้อย  หายจ้อยอย่ามา  ว่าเน้อ.   มีแต่สามัคคีตั้ง  รวมพลังให้แข็งแกร่ง&lt;br /&gt;ให้รวยแบงค์ห้าร้อย  พันร้อยให้หลั่งมา   ขอให้โชคลาภได้  เสมอดั่งใจฝัน   &lt;br /&gt;ขอให้ผิวพรรณเจ้า  สวยงามอยู่คือเก่า   อย่ามีความโศกเศร้า  ให้ใจเจ้าผ่องใส   ขอให้ยึด&lt;br /&gt;ฮีดไว้  สืบต่อกันมา  พี่น้องเอ๊ย.   มันเป็นภูมิปัญญา  บูราณพาสร้าง   เฮาอย่าพากันม้าง&lt;br /&gt;ประเพณีติดต่อ  กันเน้อ.   แต่ก่อนนี้  แบ่งคุ้มแบ่งกลุ่มทำบุญ   มันเล่าเปลืองเงินทุน&lt;br /&gt;แต่งบุญหลายบ้าน   มันเล่าเตรียมการย้าย  ของไปหลายบ่อน   เฮาหากโยงเส้นด้าย&lt;br /&gt;ไปให้ทั่วถึง   เฮาก่าดึงเอาไว้  สามัคคีฮักฮ่วม  กันน้อ   เฮาก่าคนหมู่บ้าน  มะขามเฒ่าแห่งเดียว   เจ้าเอ่ย&lt;br /&gt;                                                                                           สวัสดี     “คมเคียว-คันไถ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;&lt;br /&gt;คำกลอน  กระทบน้ำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;แสนเจ็บใจ   สุดเคือง   เพราะเรื่องน้ำ          ยังชอกช้ำ   ใจอยู่   มิรู้หาย&lt;br /&gt;วิกฤตกาล     ที่ผ่านกราย    เจ้าช้างสาร   เยี่ยมกราย   เหยียบแผ่นดิน&lt;br /&gt;เมื่อต้นเดือน   กรกฎา   ทุ่งนาแล้ง   ข้างเหี่ยวแห้ง   คอยหา   ธาราสินธ์&lt;br /&gt;พอสิงหา   มายล   มีฝนริน    ทั่วทุกถิ่น   เริงรื่น   ชื่นกมล&lt;br /&gt;เดือนกันยา   มองดูนา   แสนชื่นฉ่ำ   ข้าวหว่านดำ   ผลิใบ   เพราะได้ฝน&lt;br /&gt;ในปีนี้   พวกชาวนา   คงไม่จน    ทั่วทุกคน   แย้มยิ้ม   กระหยิ่มรอ&lt;br /&gt;เดือนตุลา   เห็นนา   แล้งหม่นหมอง   น้ำท่วมนอง   เจิ่งแรง   ทุกแห่งหนอ&lt;br /&gt;ผัวเมียมอง   ดูนา   น้ำตาคลอ    ดูลูกน้อย   กับหม้อ   แล้วท้อใจ&lt;br /&gt;พฤศจิกา   น้ำตา   ชาวนาหลั่ง    ต่างกอดเข่า   หมดหวัง   พลังไถ&lt;br /&gt;เจ้าช้างสาร   เหยียบบ้าน   เดินผ่านไป   ท้องนาไร่   สูญสิ้น   เห็นดินดำ&lt;br /&gt;เดือนธันวา   เห็นนา   แล้วใจหาย   หนี้มากหลาย    เพราะตัวเรา   ก้าวถลำ&lt;br /&gt;หนี้ก็งอก   ดอกก็งอก   ข้าวดอกดำ   ต้องรับกรรม   แบกหนี้สิน   ตอนสิ้นนปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                                                                                                                                           คมเคียว  -  คันไถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;&lt;br /&gt;มหา’ลัย...ไพรวัลย์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;                                                                                                                                            คมเคียว  -  คันไถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นกกระจาบ   คาบใบไผ่   และใบหญ้า  แล้วนำมา   สอดกลับ   สลับสาน&lt;br /&gt;ศิลปะ   วิจิตรโพ้น   บนต้นตาล   แลตระกาน   เป็นหมู่บ้าน   วิมานนอน&lt;br /&gt;รังกลมกลึง   มีห้อง   เพื่อรองไข่  ทำปล่องทาง   ขึ้นไป   หาลูกอ่อน&lt;br /&gt;รังตัวผู้   ทำหลังคา   สร้างเป็นคอน  เป็นป้อมยาม   พ่อนกนอน   อยู่ไม่ไกล&lt;br /&gt;พอเหยี่ยวใหญ่   งูร้าย   เข้าไปหา  พ่อนกจะ   โถมถลา   เข้ามาใส่&lt;br /&gt;ฝูงนกจะ   รวมกัน   ป้องกันภัย   ตีเหยี่ยวใหญ่   งูร้าย   ร่วงลงมา&lt;br /&gt;นกเรียนใน   มหา’ลัย   แห่งใดหนอ  จึงถักทอ   จัดการ   งานรักษา&lt;br /&gt;ไม่ได้เรียน   วิศวะ   และจุลาฯ   ไม่มีตรร   -กะศิลา   กลางป่าไพร&lt;br /&gt;อาณาจักร   คือน่านฟ้า   และป่าทุ่ง  มีหัวหน้า   เป็นจ่าฝูง   ครองกรุงใหญ่&lt;br /&gt;ไม่แบ่งชั้น   แบ่งวรรณะ   กั้นเขตไพร  ต่างก็ทำ   หน้าที่ใน   ส่วนของตน&lt;br /&gt;ไม่เหมือนคน   อ้างมา   ว่ามนุษย์  ประเสริฐสุด   แล้วฉุดคร่า   น่าฉงน&lt;br /&gt;จราจร   จราจล   คนฆ่าคน   อวดอ้างตน   ว่าวิวัฒน์   กว่าสัตว์ใด&lt;br /&gt;เรียนวิชา   ตามล่า   ปริญญาเอก  เรียนคิดเลข   ปั้นหุ่น   ทุนก้อนใหญ่&lt;br /&gt;ชิงแผ่นดิน   เป็นของตน   สร้างกลไก  บนท้องฟ้า   ยังขึ้นไป   อ้างสิทธิ์ตน&lt;br /&gt;สร้างอาวุธ   ร้ายแรง   แข่งพระเจ้า  มาทำลาย   ล้างพงศ์เผ่า   กันอีกหน&lt;br /&gt;ได้อะไร   ขึ้นมาหนอ   คนแสนกล  ขว้างงูออก   นอกตน   ไม่พ้นคอ&lt;br /&gt;สัตว์นกเป็น   สัตว์ป่า   ไม่ฆ่าเพื่อน  อยู่แดนเถื่อน   ป่าร้าง   สร้างเรือนหอ&lt;br /&gt;สัตว์คนเรียน   ดอกเต้อร์มา   ฆ่าเหล่ากอ  พวกสัตว์เมือง   เรียนมาก่อ   วินาศภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                                                                                                                                              คมเคียว  -  คันไถ&lt;br /&gt;     พ.ศ.  2547&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;บนยอดไม้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร้องพ่อวู้   พ่อวู้   กู่ตอนเช้า          เสียงเสียดเศร้า   พ่อแม่   ก็แลหาย&lt;br /&gt;น่าสงสาร   ตัวเจ้า   กาเหว่าลาย           พ่อแม่เจ้า   ตกเหวตาย   ในตำนาน&lt;br /&gt;แม่นกเอี้ยง   หามาเผื่อ   นำเหยื่อป้อน   กาเหว่าอ้อน   ปากอ้า   น่าสงสาร&lt;br /&gt;พ่อนกเอี้ยง   ไล่ศัตรู   และหมู่พาล   ช่วยแม่นก   หาอาหาร   มาเลี้ยงดู&lt;br /&gt;เสียงกาเหว่า   แว่วมา   น่าจะเศร้า   แต่หัวใจ   กาเหว่า   น่าอดสู&lt;br /&gt;กินไข่เขา   เอาไข่เรา   ให้เลี้ยงดู   แท้ที่จริง   คือศัตรู   ผู้ทำลาย&lt;br /&gt;นึกสงสาร   เจ้านกเอี้ยง   ไม่เดียงสา   ไม่ไตร่ตรอง   ใช้ปัญญา   จนกว่าสาย&lt;br /&gt;นั่นแซงแซว   ใยป้อนข้าว   กาเหว่าลาย  อ๋อ..รังมัน   อยู่บนปลายไม้   ใกล้ใกล้กัน&lt;br /&gt;                                                                                                                                                     &lt;br /&gt;    คมเคียว  -  คันไถ&lt;br /&gt;18 พ.ค.  2546&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;&lt;br /&gt;ใครใหญ่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มุมหนึ่ง   ในบ้านเรา   ตอนเช้าตรู่  เจ้าตุ๊กแก   แอบอยู่   ที่มุมฝา&lt;br /&gt;ได้ยินเสียง   เถียงกัน   พรรณนา  เจ้าหรือข้า   ตัวใคร   ใหญ่กว่ากัน&lt;br /&gt;บ้านบอกว่า   จะมีใคร   มาใหญ่เท่า  ข้านี้มี   ร่มเงา   ให้อาศัย&lt;br /&gt;ทั้งกินนอน   พักผ่อน   แสนสบาย  หนักหรือเบา   ข้ารับไว้   แต่ไรมา&lt;br /&gt;เฟอร์นิเจอร์   บอกว่า   ตัวข้าด้วย  ขาดข้าแล้ว   คงไม่สวย   ต้องเสาะหา&lt;br /&gt;โต๊ะเตียงตั่ง   ม่านระยับ   ประดับตา  สิ่งบันเทิง   รื่นเริงพา   ให้ชื่นใจ&lt;br /&gt;บ้านขาดข้า   เห็นแต่ฝา   ไว้กันฝน  นายหญิงเขา   จะทน   ได้ไฉน&lt;br /&gt;เธอคงจะ   สำออย   นั่งน้อยใจ   เธอจากไป    บ้านนี้ใคร   จะดูแล&lt;br /&gt;รถยนต์ว่า   หนวกหูจัง   ฟังไม่ได้  ทุกวันนี้   นายใช้   ใครกันแน่&lt;br /&gt;ข้าเดินทาง   ทุกวัน   ไม่ผันแปร   ข้านี้คือ   มิตรแท้   แน่กว่าใคร&lt;br /&gt;ไปท่องเที่ยว   ไปทำงาน   การศึกษา  แอบไปหา   กิ๊กมา   ใช้ข้าได้&lt;br /&gt;นายจะต้อง   ชอบข้า   มากกว่าใคร  ควรมอบให้   ข้าเป็นใหญ่   ในแผ่นดิน&lt;br /&gt;เสียงห้าวห้าว   ดังแว่วมา   จากข้างล่าง  พวกเจ้าคิด   เข้าข้าง   ตัวทั้งสิ้น&lt;br /&gt;ถึงอย่างไร   เจ้าก็อยู่   ในแผ่นดิน  พวกเจ้านอน   พวกเจ้ากิน   อยู่ที่ใด&lt;br /&gt;ทั้งรถบ้าน   ม่านหมอน   และโรงครัว  ทุกทุกอย่าง   อยู่ในตัว   ข้าใช่ไหม&lt;br /&gt;หรือเจ้าลอย   อยู่บน   ฟากฟ้าไกล  ให้รู้ไว้   ใครคือใคร   ใหญ่ตัวจริง&lt;br /&gt;แบ๊งค์พันบาท   ได้ยิน   ดิ้นพราดพราด  เงินสามารถ   ซื้อได้   ในทุกสิ่ง&lt;br /&gt;เรานี้แหละ   เทพเจ้า   แห่งความจริง  ใครต่อใคร   ต่างก็วิ่ง   ซบตักเรา&lt;br /&gt;บ้านที่ดิน   ทั้งรถยนต์   ที่คนขี่   ทั้งทีวี   ทั้งนารี   มีแก้เหงา&lt;br /&gt;ช้าก่อน...จงฟังข้า   อย่าหูเบา   ถ้าพวกเจ้า   ขาดเรา   ก็ลำเค็ญ&lt;br /&gt;ภาษิตว่า   เหนือฟ้า   ยังมีฟ้า   ข้านี้คือ   ปากกา   ด้ามที่เห็น&lt;br /&gt;หากสิ่งใด   มิให้   ตัวข้าเซ็น   เจ้าก็เป็น   เพียงกระดาษ   ธรรมดา&lt;br /&gt;ทั้งโฉนด   ที่ดิน   ถิ่นที่อยู่   เฟอร์นิเจอร์   รถหรู   วิวิสมาหรา&lt;br /&gt;แม้แต่นาย   อยากได้   ภรรยา   ก็ต้องใช้   ปากกา   ตัวข้าเซ็น&lt;br /&gt;ตุ๊กแกขยับ   ตัวลง   เข้าโพรงฝา  ข้าเติบใหญ่   ในบ้านมา   เจ้าก็เห็น&lt;br /&gt;ข้านี้แหละ   ผู้ยิ่งใหญ่   ไม่ต้องเซ็น  มันร้องเว้น   วรรคสนุก   ว่าตุ๊กแก ๆ  ๆ.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                                                                                                                                                          คมเคียว  -  คันไถ.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ศีลทุ...วัตถุธรรม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;                                                                                                                             คมเคียว  -  คันไถ&lt;br /&gt;คนเขาผลิต   เหล็กกล้า   สร้างอาวุธ  แล้วนำมา   ฆ่ามุษย์   ให้เราเห็น&lt;br /&gt;ทั้งยูอี   เอเปค   และยูเอ็น   ปล่อยให้ค้า   อาวุธเข่น   ฆ่าผู้คน&lt;br /&gt;สร้างโรงงาน   มหึมา   ไว้ฆ้าสัตว์  ทุกอำเภอ   ทุกจังหวัด   ทุกแห่งหน&lt;br /&gt;นำสัตว์ป่า   เอามาฆ่า   ส่งสากล   เอาเนื้อเขา   มาเลี้ยงตน   ให้คนกิน&lt;br /&gt;เขาบุกรุก   ป่าไม้   ทำลายป่า   ตัดไม้ฮุบ   ที่ดินมา   เสียจนสิ้น&lt;br /&gt;คนยากจน   ยังไม่มี   ที่ทำกิน   ไม้โฉนดเป็น   ทรัพย์สิน   ของคนรวย&lt;br /&gt;เพียงขอเอา   พนันบอลล์   ขึ้นมาไว้  แบ่งรายได้   คนขจนบ้าง   เหมือนดังหวย&lt;br /&gt;อ้างศีลธรรม   เถียงกัน   รัฐฝันรวย  เอาความซวย   มามอมเมา   เยาวชน&lt;br /&gt;เด็กยากจน   ถึงมอมเมา   เขาไม่เล่น  ความลำเค็ญ   ย่อมจำกัด   ความขัดสน&lt;br /&gt;มีเด็กเวร   ลูกคนรวย   ไม่กี่คน   พ่อแม่รวย   เพราะปล้น   คนแรงงาน&lt;br /&gt;อย่ามัวยก   แต่ศีลธรรม   มาปล้ำเขา  สยบอยู่   ใต้อุ้งเท้า   น่าสงสาร&lt;br /&gt;อย่ามองมุม   ของนัก   วิชาการ   จงมองดู   สถานการณ์   ที่เป็นจริง&lt;br /&gt;ทุกวันนี้   ศีลธรรม    ตามวัตถุ   สังคมเสื่อม   กร่อนผุ   ไปทุกสิ่ง&lt;br /&gt;เด็กยากจน   เด็กพิการ   ถูกทอดทิ้ง  นับเป็นล้าน   มากยิ่ง   ในสังคม&lt;br /&gt;เสียครอบครัว   ลูกคนรวย   ไม่กี่พัน  ให้เป็นผี   การพนัน   ก็เหมาะสม&lt;br /&gt;มาช่วยเด็ก   เป็นแสน   จากโคลนตม  พวกเขาคง   จะชื่นชม   ว่าทำดี&lt;br /&gt;ทั้งบ่อนไก่   บ่อนปลา   คาสิโน   ฉุดเอาขึ้น   มาโชว์   ไว้ทุกที่&lt;br /&gt;ทั้งเงินกู้   นอกระบบ   ทบดอกมี   เอามาขึ้น   บัญชี   ไว้ทุกราย&lt;br /&gt;แล้วจงวาด   แผนวาง   มากางไว้  แบ่งแยกให้   เป็นถนน   คนละสาย&lt;br /&gt;อาชีพผิด   ศีลธรรม   ทำกี่ราย   ที่ขุดดิน   หินทราย   มีกี่คน&lt;br /&gt;แล้วให้ท่าน   นายก   ชื่อทักษิณ         มองจากฟ้า   สู่ดิน   วิเคราะห์ผล&lt;br /&gt;แยกผลดี   ผลชั่ว   ไม่มั่วปน   พญาเหยี่ยว   มองจากบน   ต้นลงมา&lt;br /&gt;ไม่เหมือนหนู   ซุกอยู่   มุดรูร้อง   เตือนพวกพ้อง   ระวังแนว   แมวกับหมา&lt;br /&gt;เหยี่ยวบินบน   ยลสำรวจ   ตรวจดูนา  เห็นทุกรู   หนูนา   ทั้งหมาแมว&lt;br /&gt;นี่คือข้อ   พอเปรียบ   เทียบให้เห็น  ยกของเถื่อน   ที่ซ่อนเร้น   มาจัดแถว&lt;br /&gt;จะเดินทาง   หนใด   ต้องวางแนว  เขียนอักษร   ต้องมีแถว   บรรทัดวาง&lt;br /&gt;ใช้วัตถุ   เงินทอง   กองเป็นป้าย   แล้วขีดทาง   ม้าลาย   ห้ามออกข้าง&lt;br /&gt;เอาศีลธรรม   ส่องไฟ   ตามแนววาง  ตามกระแส   วัตถุทาง   ค่านิยม&lt;br /&gt;หากท่านเอา   ศีลธรรม   มาทำป้าย  ต้องทำลาย   วัตถุกรรม   ทำให้ล่ม&lt;br /&gt;มาปลูกข้าว   เลี้ยงควาย   กลางสายลม  แล้วทำลาย   ทุนนิยม   หมดโลกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     คมเคียว  -  คันไถ.   &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;&lt;br /&gt;ความเท่าเทียม  ที่ไม่เท่ากัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;                                                                                                                                                 คมเคียว  -  คันไถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันหญิงนั้น   เปรียบเป็น   เช่นดอกไม้  ชายเปรียบเป็น   เช่นตะไคร้   และใบข่า&lt;br /&gt;หญิงเปรียบเป็น   เพชรมณี   นิลจินดา  ชายนั้นเป็น   เหล็กกล้า   ศิลาแลง&lt;br /&gt;หญิงเปรียบเป็น   ศศิธร   ที่อ่อนสี  ชายอาจเป็น   ดวงสุรีย์   ที่ส่องแสง&lt;br /&gt;หญิงออกทัพ   รับศึก   ก็อ่อนแรง  ละครรำ   ชายแสดง   ก็ป่วยการ&lt;br /&gt;ส.ว. เจ้า   เว้าเอ็ดหยัง   บ่  ฟังไผ  ความเท่าเทียม   คืออย่างไร   จงเล่าขาน&lt;br /&gt;หญิงเด่นดี   กว่าชาย   ก็หลายการ  บางอย่างชาย   เชี่ยวชาญ   เฉพาะตัว&lt;br /&gt;หญิงมากชู้   อย่างชาย   ทำได้หรือ  คนคงลือ   ว่ากระหาย   เอาหลายผัว&lt;br /&gt;ผ้าขาวม้าพาด   หน้าห้องเวียน   สับเปลี่ยนตัว เกิดลูกมา   พ่อตัว   คือผู้ใด&lt;br /&gt;วัยรุ่นมั่ว   ทุกวันนี้   มิได้หยัน   เพราะต้องการ   ทัดเทียมทัน   กันใช่ไหม&lt;br /&gt;ความรักนวล   สงวนนาง   จางหายไป  หาแม่ดี   ของลูกได้   ยากเต็มที&lt;br /&gt;ความเท่าเทียม   ย่อมหาได้   ในทางอื่น  หญิงมากกว่า   ชายเป็นหมื่น   ในกรุงศรี&lt;br /&gt;ใยไม่ช่วย   ปวีณา   ครองธานี   ช่วยอองซาน   ซูจี   ครองรามัญ&lt;br /&gt;รณรงค์   ให้ลูกผู้   หญิงทุกคน   เลือกสตรี   แทนตน   ทุกเขตขัณธ์&lt;br /&gt;เป็นผู้แทน   เข้าสภา   สถาบัน   แข่งผู้ชาย   เธอกับฉัน   ใจต่อใจ&lt;br /&gt;เวลาคล้อง   พวงมาลัย   ให้พระเอก  ยี่เกเสก   โอมเล่า   เป่ามนต์ใส่&lt;br /&gt;แบงค์ใบพัน   ใบห้าร้อย   ห้อยเรียงใบ  เป็นหมื่นแสน   คล้องให้   จามใจตน&lt;br /&gt;หาพระเอก   ลิเก   ลงเลือกตั้ง   ให้ปวีณา   ต้องผิดหวัง   อีกสักหน&lt;br /&gt;ความเท่าเทียม   ใยไม่สร้าง   เข้าข้างตน  เลือกคนหล่อ   พอใจตน   เข้าสภา&lt;br /&gt;ดูตัวอย่าง   ปวีณา   อรอารีย์   เยาวภา   และวันดี   สตรีกล้า&lt;br /&gt;สร้างศักดิ์ศรี   เหนือชาย   ใช้กีฬา  ผลักดันตน   เองขึ้นมา   หน้าเวที&lt;br /&gt;ไม่ต้องง้อ   ร้องขอ   ความเท่าเทียม  แข่งการเรียน   ยอดเยี่ยม   ได้เกรดสี่&lt;br /&gt;รัฐมนตรี   เป็นหญิง   เราก็มี   เราแพ้ชาย   ตรงที่   ใจเราเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                                                                                                                                                                 คมเคียว  -  คันไถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;กระทุ่มผุ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;                                                     คมเคียว  -   คันไถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้นกระทุ่ม   กอใหญ่   ใกล้หมู่บ้าน  ทางเกวียนผ่าน   สุมทุม   พุ่มไสว&lt;br /&gt;หมู่พ่อค้า   พานิช   จากแดนไกล  มาพักแรม   ค้าขาย   ที่ปลายนา&lt;br /&gt;มีน้ำตาล   ถั่วงา   และปลาย่าง   วัวเทียมต่าง   กองเกวียน   เวียนมาหา&lt;br /&gt;นำสินค้า   มาแลกข้าว   กับชาวนา  เผือกมันมา   ให้เลือก   ข้าวเปลือกไป&lt;br /&gt;แม่นำข้าว   แลกเอาอ่าง   กระถางน้ำ  ทั้งถ้วยชาม   ดินปั้น   ฉันถือให้&lt;br /&gt;กล้วยไข่เต็ม   ล้นมือ   น้องถือไป  เพียงพอใจ   พอพึ่งพา   บ้านนาเรา&lt;br /&gt;แต่เดี๋ยวนี้   ไม่มีต้น   กระทุ่มใหญ่  เพราะต้นไฮ   ขึ้นคลุม   รุมจนเฉา&lt;br /&gt;พวกกาฝาก   เกาะกินน้ำ   ทำร้ายเอา  หุ้มลำต้น   ปล้นเอา   จนเฉาตาย&lt;br /&gt;อนาถตัว   เจ้าหนอ   กอกระทุ่ม   เกิดที่ลุ่ม   ชีวิตผ่าน   ก็นานหลาย&lt;br /&gt;เพียงนกมา   ถ่ายใส่ต้น   สิบปีปลาย  กระทุ่มกลาย   เป็นต้นไฮ   ใหญ่กว่าตัว&lt;br /&gt;กาฝากเดน   เศรษฐกิจ   ชนิดใหม่  คอยเกาะกิน   แรงกาย   ใช้แต่หัว&lt;br /&gt;มือใครยาว   สาวเอา   เข้าข้างตัว  ต่างเมามัว   โกยมา   เข้าหาตน&lt;br /&gt;ไม่ทำนา   ไม่ปลูกมัน   ไม่ปั้นหม้อ  เพียงนอนรอ   หุ้นออก   ให้ดอกผล&lt;br /&gt;คนใช้แรง   ทำงาน   กลับยากจน  คนนอนกิน   แรงคน   กลับเฟื่องฟู&lt;br /&gt;ต้นกระทุ่ม   กอใหญ่   ตายไปแล้ว  ตายพร้อมกับ   รากแก้ว   กำลังผุ&lt;br /&gt;ต้นไฮขาด   รากแก้ว   โดนพายุ   คงตายผุ   โค่นหัก   ในสักวัน&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;                                                                                                                                                         คมเคียว  -  คันไถ&lt;br /&gt;                                                                                                                                                       25   มถุนายน   2546&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ร่าย..รามเกียรติ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;                                                                                                                         คมเคียว  -  คันไถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หิรัญยักษ์   ทักษิณ   กินประเทศ   ม้วนแผ่นดิน รัชดานิเวศ ไปเสียสิ้น&lt;br /&gt;แล้วหนีบใส่   รักแร้   อสุรินทร์    แถมงาบกิน  ดาวเทียม   ชื่อไทยคม&lt;br /&gt;ท้าวจำลอง   พาลี   ผู้มีศักดิ์    ชวนฤาษี   กินผัก   มาขย่ม&lt;br /&gt;ลิงอโสก   ขีดขิน   บุรินทร์รมย์    มาเหวย..เรา   เหยียบให้จม   ธรณี&lt;br /&gt;ฝ่ายคำแหง   สนธิสะ   หนุมาน    สมเกียรติ   ชมภูพาน   หลานกระบี่&lt;br /&gt;สุริยะใส   สุครีพ   น้องพาลี    องคต   สมศักดิ์มี   ฤทธิไกร&lt;br /&gt;ฝ่ายนิลพัท   ชัยวัตร   ตวัดฆ้อน    พิภพนิลนล   คอนไม้   ท่อนใหญ่&lt;br /&gt;เทอดภูมิ   มัจฉาณุ   ผู้เกรียงไกร   นิลเอกมังกร   อมรไกร   ชุณหวัณ&lt;br /&gt;เก้าวานร   พันธมิตร   คิดต่อสู้    อหิงสา   รวมหมู่   ชูกำปั้น&lt;br /&gt;ว่าเหวยเหวย   กูจะล้าง   เผ่ากุมภัณ   ลงโลกัณต์   นรก   ตกลงคลอง&lt;br /&gt;ฝ่ายทักิณ   หิรัญยักษ์   พักตร์หน้าเหลี่ยม          แบ่งร่างแปลง   ภาคเทียม   กำลังสอง&lt;br /&gt;เป็นสมัคร   สากัณฐ์   ตัวสำรอง           มีสิบหน้า   ดังกลอง   พระตีเพล&lt;br /&gt;เข้ามาแทน   ปกครอง   ป้องกันทาส   เกือบสามร้อย   หมอบใต้บาท   ของยักษี&lt;br /&gt;ให้เป็นไหม   รับช้า   อสุรี    เอาร่างพลี   ปกครอง   ป้องกันนาย&lt;br /&gt;เจ้าวิรุณหก   สาหัส   ณัฐเสือไก้           เจ้าหน้าใหญ่   ไมยราพ   พรมพันธ์สาย&lt;br /&gt;ทั้งวาริ   นนทุก   ยุคหลังลาย    ป้องกันนาย   แก้ประเด็น   เอนบีที&lt;br /&gt;ท้าวเนวิ   นารา   สัทธาสูร    ยักษ์ปากห้อย   นำกระสุน   ส่งลูกพี่&lt;br /&gt;ว่าวะเหวย   เทวดา   ประชาชี    ซัดหอกดาบ   ให้ที   จากปลายนา&lt;br /&gt;บรรดาทาส   เคยอุดหนุน   ทุนหมู่บ้าน          นำอีแต๋น   ออกมาต้าน   ไว้ก่อนหนา&lt;br /&gt;กระสุนมี   มากมาย   บ้านปลายนา   นำเอามา   ปาหัวลิง   ให้วิ่งซี&lt;br /&gt;มาช่วยสมัคร   สากัณฐ์   พันธุ์หนังเหนียว          ยักษ์หน้าเขียว   ยุให้สู้   ตูไม่หนี&lt;br /&gt;ว่ามณโฑ   เมียข้าหนา   เจ้าพาลี   มันยังมี   หน้ามาแก่ง   แย่งเมียกู&lt;br /&gt;ข้าขอสิทธิ์   นางมาจาก   พระศิวะ   เพราะพลัง   ประชานะ   น่ะว่ะสู&lt;br /&gt;มาโดยชอบ   ยังมาแกล้ง   แย่งเมียกู   ให้มันรู้   ซีว่าใคร   ใหญ่กว่ากัน&lt;br /&gt;ตูสมัคร   สากัณฐ์   พันธุ์หน้าด้าน   ลูกน้องยักษ์   ตูก็ต้าน   คอยกางกั้น&lt;br /&gt;มันบุกยึด   กรุงลงกา   มาหลายวัน   เราไปกัน   ประชุมตรง   ที่ดงตาล&lt;br /&gt;จะอะไร   ยังไงกัน   นักกันหนา           จะไล่ฆ่า   กันให้ตาย   หรือไงท่าน&lt;br /&gt;หิรัญทักษ์   ยักษ์ก็บิน   ไปบาดาล   ยังหน้าด้าน   ขับไล่   ไม่เลิกลา&lt;br /&gt;ประกาศกฎ   ปราบกบถ   นำมาใช้   น.ปพ.   ลุยไป   เที่ยวไล่ล่า&lt;br /&gt;จิกเอาหัว   วานร   ก้าวร้าวมา    ให้มันสม   น้ำหน้า   เจ้าพาลี&lt;br /&gt;ฝ่านเทวะ   มาตุลี   ผู้เกรียงไกร           ดูเรื่องชัก   บานปลาย   เสียแล้วนี่&lt;br /&gt;จึงแต่งสาร   ส่งรายงาน   ไปทันที   เพื่อกล่าวโทษ   อสุรี   สมัครสากัณฐ์&lt;br /&gt;ขอแรงท้าว   อรชุน   ผู้เรืองศรี    ใครกล้าแหยม   อสุรี   นอกจากท่าน&lt;br /&gt;ท่านจงแผลง   ศรเก้า   มหากาฬ   ไปล่ามไว้   ใต้บาดาล   อีกสักตน&lt;br /&gt;วันนั้นจึง   เป็นวัน   พันธมิตร    เก้าวานร   พิชิตศึก   อีกหนึ่งหน&lt;br /&gt;ท้าวอรชุน   แผลงศร   ฤทธิรณ           นาคบาศ   เก้าตน   จับขุนมาร&lt;br /&gt;ก่อนถูกจับ   ด้วยศร   นาคบาศ           ทักษ์สมัคร สากัณฐ์ประกาศ อย่างอาจหาญ&lt;br /&gt;ว่าเหวยเจ้า   พาลี   หนุมาน    ถึงอย่างไร   ก็ประหาร   ข้าไม่ตาย&lt;br /&gt;ตราบใดหนอน   น้ำคูต   อุจจาระ   ยังเยียะยะ   เกะกะ   มามากหลาย&lt;br /&gt;หนอนสวรรค์   อย่างพวกสู   หรือสู้ได้   เพราะของชอบ   ของใคร   ก็ของมมัน&lt;br /&gt;เดี๋ยวพวกตู   จะกลับ   มาเกิดใหม่   ให้ยิ่งใหญ่   โยงใย   เกาะกันมั่น&lt;br /&gt;ตูจะปา   ระเบิดแบ๊งค์   ใบละพัน           มาฟาดฟัน   พวกลิง   ดิ่งลงคลอง&lt;br /&gt;ดูว่าใคร   อยู่กับลิง   หรือพวกยักษ์   ใครจะไป   กินผัก   ตามท้องร่อง&lt;br /&gt;ไปกับยักษ์   นั่งบน   กองเงินทอง   อยู่กับลิง   คอยแต่จ้อง   จับแมลง&lt;br /&gt;ฝ่ายคำแหง   หนุมาน   ก็ค้านว่า           วะเหวยเหวย   อสุรา   อย่ากำแหง&lt;br /&gt;อยู่กับลิง   กินผลไม้   กับแมลง    ไปกับยักษ์   มันจะแกง   กินหัวคน&lt;br /&gt;ลิงกับยักษ์   พักรบ   จบลงก่อน           มีโอกาส   จะย้อน   เล่าอีกหน&lt;br /&gt;อ่านแล้วคิด   ยักษ์กับลิง   อิงกับคน   คมเคียวคน   ถือคันไถ   ชาวไร่นา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     คมเคียว – คันไถ&lt;br /&gt;                                                                                                                                               กันยายน  2551&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;แด่..แนวหน้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;                                                              คมเคียว – คันไถ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ขอส่งใจ   ไปเยือน   แด่เพื่อนรัก  ผู้พิทักษ์   รักษาเขต   ประเทศสยาม&lt;br /&gt;เป็นแนวหน้า   นำทัพ   รับสงคราม  คอยปราบปราม   ผู้ก่อการ   ด้านชายแดน&lt;br /&gt;เราอยยู่สุข   สำราญ   ทหารเหนื่อย  เราฟุ่มเฟือย   เพื่อนประหยัด   พิบัติแสน&lt;br /&gt;เราคลึงเคล้า   เฝ้าพลอด   นอนกอดแฟน  เพื่อนชายแดน   จูบชม   คมด้ามปืน&lt;br /&gt;เพื่อนต้องกรำ   ฝนแดด   ที่แผดร้อน  ยามกินนอน   กลางป่า   ระอาฝืน&lt;br /&gt;บางครายืน   กินกัน   มิทันกลืน   ขยับปืน   ทิ้งสำรับ   ขับไพรี&lt;br /&gt;แม้นข้าศึก   ฮึกหาญ   ออกรานรับ  รบไล่ขับ   รับรุก   บุกไม่หนี&lt;br /&gt;เราเทอดทูน   เพื่อนนัก   ด้วยภักดี  ชายชาติ   วีรบุรุษ   สุดรรำพัน&lt;br /&gt;เราสร้างสรรค์   เศรษฐกิจ   ผลิตผล  ไว้เพื่อปรน   ผู้แกล้วกล้า   อาสาขัน&lt;br /&gt;ท่านเป็นรถ   เราเป็น   เช่นน้ำมัน  แรงขับขัน   ไอยรา   คือหญ้าไทร&lt;br /&gt;ร่มไตรรงค์   ธงไทย   ไกวสะบัด  ไทยวิวัฒนา   อัชฌาศัย&lt;br /&gt;สามัคคี   เร่งรัด   ขจัดภัย   อธิปไตย   ชาติชู   ทุกผู้คน&lt;br /&gt;แนวหน้าเป็น   กองกำลัง   พลังฤทธิ์  แนวหลังคอย   เนรมิต   ผลิตผล&lt;br /&gt;ไทยผลิต   ไทยใช้ทั่ว   ทุกตัวคน  รวมมวลชน   เป็นแสนยา   มหากาฬ&lt;br /&gt;ขอเดชะ   พระสยาม   เทวาธิราช  ประสิทธิ์สาท   มหิทธา   มหาศาล&lt;br /&gt;ศัตรูจง   ย่นระย่อ   เลิกก่อการ   จงแพ้พาล   วิปลาส   พินาศเอย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     คมเคียว  -  คันไถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผู้ลืมตีน”     สำหรับเพื่อนเก่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีปัญหา   ส่งมาเตือน   ให้เพื่อนคิด  จงพินิจ   ให้ซึ้ง   ถึงปัญหา&lt;br /&gt;จงรำลึก   นึกพลัน   ด้วยปัญญา   แล้วหาค่า   ความห่าง   แตกต่างกัน&lt;br /&gt;อดีตกาล   ผ่านมา   ไม่ช้านัก   มีเพื่อนรัก   ร่วมสมัย   ในไพรสัณห์&lt;br /&gt;เป็นลูกชาย   ชาวนา   มาเหมือนกัน  วัยต่างกัน   มะขามเฒ่า   คราวละปี&lt;br /&gt;บ้านคนหนึ่ง   ทิศอุทัย   จะไขแสง  บ้านคนสอง   กลางแสง   ระวีศรี&lt;br /&gt;คนที่สาม   อัสดง   องค์สุรีย์   ตำแหน่งที่   เรียงเห็น   ตามเส้นจร&lt;br /&gt;เป็นลูกคน   ถือคันไถ   เติบใหญ่กล้า  เคยเก็บผัก   หักหญ้า   เลี้ยงกาสร&lt;br /&gt;เคยไล่วิ่ง   ยิ่งกา   ทุ่งนาดอน   เคยหาบคอน   ตกปลา   มากับมือ&lt;br /&gt;ครั้นเมื่อครา   เข้าเรียน   ขีดเขียนอ่าน  ครูสำราญ   ฝึกเขียน   เรียนหนังสือ&lt;br /&gt;โรงเรียนวัด   มะขามเฒ่า   เฝ้าฝึกปรือ  จำนงค์ครู   รัญจวนคือ   ครูช่วยนำ&lt;br /&gt;พรระพรหมขีด   ช่องว่าง   ทางโอกาส  คนหนึ่ง   ปราดเปรื่องเขียน   เรียนจนหนำ&lt;br /&gt;คนสองตาม   กระชั้นชิด   สนิทนำ  คนสามทำ   ปริญญา   ทุ่งนาดอน&lt;br /&gt;อยากจถาม   ความในใจ   เพื่อนไว้บ้าง  ข้าอ้างว้าง   ช่วยขจัด   ปัดสังหรณ์&lt;br /&gt;ความรู้มี   บ้างไหม   ที่ไพรดอน   ในพงพอน   ฤาเพียงมี   แต่ขี้-ลา&lt;br /&gt;เพื่อนเอย   อย่าเยาะเย้ย   ข้าเคยคิด  แม้ชีวิต   อาจโชคร้าย   อยู่ในป่า&lt;br /&gt;ข้ายังช่วย   ชาติไทย   ให้พัฒนา  ส่งเสริม   ความก้าวหน้า   ประชาชน&lt;br /&gt;เพื่อนคนหนึ่ง   เป็นนายพัน   ประจันทัพ  คนหนึ่งรับ   โรงเรียน   เขียนฝึกฝน&lt;br /&gt;ข้ารับงาน   พัฒนา   สภาตำบล   เราต่างคน   ต่าวงมี   หน้าที่การ&lt;br /&gt;เล่าปี่   มีดาบคู่   สู้หมู่ศึก   กวนอู   ฝึกง้าวหนัก   เข้าหักหาญ&lt;br /&gt;เตียวหุย   น้องคล่องทวน   กระบวนการ  ควรประมาณ   เชิดชู   ท่าผู้ใด&lt;br /&gt;ท่านคุยเห่อ   จริงหนอ   เรียน  ม.  แปด  ข้าตรำแดด   ฝึกเพียร   เรียนหัดไถ&lt;br /&gt;พวกท่านเรียน   ในมหา   วิทยาลัย  ข้าเรียนใน   มหา   พนาลี&lt;br /&gt;ข้ารู้ว่า   กบมันร้อง   ฝนต้องตก   รู้ป่าปก   หนองหนา   ปลาไม่หนี&lt;br /&gt;รู้ว่าลม   แรงบน   ฝนไม่มี   รู้วิธี   ผู้ชาย   ขยายพันธุ์&lt;br /&gt;เพื่อนอย่างอน   ข้าแต่งกลอน   มาย้อนหยอก อย่าช้ำชอก   จงให้   อภัยฉัน&lt;br /&gt;ใช่เคืองขัด   หาว่าวัด   รอยเท้ากัน  เพียงแต่มัน   ซึ่งค่า   ราคาคุย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    คมเคียว  -  คันไถ   2518&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;&lt;br /&gt;“เขา”  สำหรับ มนตรี&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บุรุษหนึ่ง   ผู้เกิดมา   เห็นฟ้ากว้าง  ดูเวิ้งว้าง   หนักหนา   กลางนาเช่า&lt;br /&gt;ความยากจน   เข้ามาฉุด   สุดบรรเทา  รวมพี่น้อง   ของเขา   ทั้งแปดคน&lt;br /&gt;บนประเทศ   เขตแคว้น   แดนสยาม  แหล่งพืชผล   เกิดขึ้น   ตามน้ำฝน&lt;br /&gt;เป็นลูกชาย   ชาวนา   ผู้ยากจน   เขาสู้ทน   สู้ลำบาก   สู้ตรากตรำ&lt;br /&gt;เขาขี่รถ   จักรยาน   ไปโรงเรียน   เขาใฝ่ฝัน   พากเพียร   เรียนร่ำ&lt;br /&gt;ทางกากหิน   ดินโขด   สูงและต่ำ  จนร่างกาย   กำยำ   สูงใหญ่&lt;br /&gt;แม่เอาเงิน   ใส่ซอง   ให้สองบาท  ปั่นรถไกล  จนหยาด   เหงื่อรินไหล&lt;br /&gt;ไปกลับจาก   โรงเรียน   สิบหกไมล์  กลับถึงบ้าน   รีบออกไป   ช่วยไถนา&lt;br /&gt;หกปี   ที่มานะ   และอดทน   พาเรียนจบ   มัธยม   ต้นศึกษา&lt;br /&gt;วัยสิบเจ็ด   พบชาว   อเมริกา   เป็นสามี  ของอา   ชื่อซาเยล&lt;br /&gt;ฝากทำงาน   บริการ   ห้องสมุด   เขาเริ่มหลุด   ออกจาก   ความยากเข็ญ&lt;br /&gt;ได้เงินเดือน   พร้อมเรียน   เอ ยู เอ็น  ชีวิตเริ่ม   มองเห็น   หนทาง&lt;br /&gt;เหมือนพระเจ้า   สับปะดน   กับคนยาก  พ่อผู้เคย   ลำบาก   เคยถากถาง&lt;br /&gt;ต้องมาจบ   ชีวิตลง   ระหว่างทาง  ไม่ทันเห็น   เขาสร้าง   อนาคต&lt;br /&gt;กำพร้าพ่อ   มินาน   และผ่านไป   น้ำตา   ลูกผู้ชาย   ต้องไหลหยด&lt;br /&gt;ดุจเวรกรรม   นำมาผลาญ   มารประชด  แม่จากไป   ไม่มีกำหนด   จะกลับคืน&lt;br /&gt;เขายืนมอง   ขอบฟ้า   น้ำตาไหล  มองสุด   ขอบฟ้าไกล   ใจขมขื่น&lt;br /&gt;วิหคผิน   บินลับ   ไม่กลับคืน   ที่ตรงนี้   เขาจะยืน   อยู่กับใคร&lt;br /&gt;แผ่นดินนี้   ไม่มี   พ่อและแม่   แผ่นดินนี้   มีแต่   ความหมองไหม้&lt;br /&gt;แผ่นดินนี้   มีแต่   ความยากไร้   แผ่นดินนี้   ให้แต่ใจ   ที่ชอกช้ำ&lt;br /&gt;เขามองดู   หน้าพวก   พี่และน้อง  ชายตา   ลอบมอง   ล้วนหมองคล้ำ&lt;br /&gt;พวกเขาต่าง   ต้องลำบาก   ต้องตรากตรำ  ใครหรือ   จะนำ   คอยค้ำชู&lt;br /&gt;จำใจพราก   จำจากจร   หาคอนใหม่  หวังพึ่งพา   อาศัย   พอได้อยู่&lt;br /&gt;ฟร้านซ์วันนี้   มีเพื่อน   คอยค้ำชู  คงมีผู้   ให้ความ   รื่นรมย์&lt;br /&gt;สิบห้าปี   ที่วัน   เวลาผ่าน   เป็นตำนาน   แห่งความ   ขื่นขม&lt;br /&gt;เป็นตำนาน   แห่งความ   ชื่นชม   เข้ามา   ผสม   กลมกลืน&lt;br /&gt;น้องเอย   เจ้าจง   เป็นสุขขี   สิบห้าปี   แห่งความ   สดชื่น&lt;br /&gt;สิบห้าปี   แห่งความ   ยั่งยืน   สิบห้าปี   หยิบยื่น   ชัยชนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                           เนื่องในวันฉลองครบรอบ  15  ปี  ในฝรั่งเศส&lt;br /&gt;          คมเคียว  -  คันไถ&lt;br /&gt;                       12   มิถุนายน   2535 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;&lt;br /&gt;คำกลอน  “จากพ่อ”  มรณานุสสติ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถามว่าพ่อ   ทำอะไร   เอาไว้บ้าง  ก่อนอื่นอ้าง   พื้นฐาน   การศึกษา&lt;br /&gt;พ่อเกิดเป็น   ลูกคนจน   คนเช่านา  เรียนจบชั้น   ปริญญา   บนหลังควาย&lt;br /&gt;สร้างฐานะ   ที่ขัดสน   ทนลำบาก  แม้นเหนื่อยยาก   อับจน   ทนขนขวาย&lt;br /&gt;กลัวแต่ลูก   จะทุกข์ยาก   ลำบากกาย  จึงขนขวาย   ส่งไป   ให้ได้เรียน&lt;br /&gt;กับน้องพ่อ   หญิงชาย   ทั้งหลายเล่า  ชีวิตเศร้า   อับเฉา   เฝ้าหันหัยน&lt;br /&gt;พ่อแม่ตาย   ชีวิตกลาย   ดุจวงเวียน  พ่อก็เพียร   อุ้มชู   อยู่เรื่อยมา&lt;br /&gt;กับพี่น้อง   ประชาชน   คนหมู่บ้าน  พ่อก็วาง   รากฐาน   งานอาสา&lt;br /&gt;สร้างถนน   ทำโครงการ   งานสภา  ขุดลอกคลอง   นำน้ำมา   สู่ชุมชน&lt;br /&gt;เป็นประธาน   กรรมการ   งานศึกษา  หาเงินฟรังซ์   ผรั่งมา   แก้ขัดสน&lt;br /&gt;ตั้งกองทุน   “กางกรณ์”   เด็กยากจน  เงินฝรั่ง   สามสิบคน   ส่งเรียนมา&lt;br /&gt;ทางด้าน   ศาสนสถาน   งานก่อสร้าง  ศาลาร้าง   จับมือกัน   ขันอาสา&lt;br /&gt;หาแหล่งเงิน   มาก่อร่าง   สร้างศาลา  กับพระครู   สมุห์วันนา   อยู่หลายปี&lt;br /&gt;เงินกองทุน   อุดหนุน   ทุนหมู่บ้าน  เป็นประธาน   ทุนเงินล้าน   คุมลูกหนี้&lt;br /&gt;ประชาคม   เป็นประธาน   อยู่นานปี  กข.คจ.   คุมบัญชี   เลขานุการ&lt;br /&gt;ชีวิตพ่อ   หยุดลง   ที่ตรงนี้   สร้างความดี   เอาไว้   ในหมู่บ้าน&lt;br /&gt;ช่วยบ้านเกิด   เหล่ากอ   พอประมาณ  ลูกแลหลาน   พึงกำหนด   จดใส่ใจ&lt;br /&gt;จงจำไว้   ว่าบ้านเก่า   ที่เราเกิด   วัดเราบวช   ย่อมประเสริฐ   กว่าแห่งใหน &lt;br /&gt;บ้านตายดี   ก็จะมี   ประโยชน์ใด  ตอนสุดท้าย   เราต้องพราก   ตายจากมัน&lt;br /&gt;ให้ลูกหลาน   รักบ้านเก่า   ของเรานี้  ก่อกำเนิด   ให้ชีวี   เป็นแม่นมั่น&lt;br /&gt;ร่ำรวยแล้ว   จงอย่า   ได้ลืมกัน   ให้แบ่งปัน   เชิดชู   ให้รู่คุณ&lt;br /&gt;อย่าทอดทิ้ง   บ้านเก่า   ให้เหงาอยู่  วัดเก่าเรา   รอผู้   สนับสนุน&lt;br /&gt;เพื่อนบ้านเก่า   รอเจ้า   มาเกื้อกูล  กระดูกญาติ   รอส่วนบุญ   จากเจ้าเอย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คมเคียว-คันไถ่&lt;br /&gt;                                                   2547&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1162936956484450417-6371683956252609728?l=somportkangkorn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://somportkangkorn.blogspot.com/feeds/6371683956252609728/comments/default' title='Publier les commentaires'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://somportkangkorn.blogspot.com/2009/08/blog-post.html#comment-form' title='0 commentaires'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1162936956484450417/posts/default/6371683956252609728'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1162936956484450417/posts/default/6371683956252609728'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://somportkangkorn.blogspot.com/2009/08/blog-post.html' title='คำกลอน ของ คำเคียว-คันไถ่'/><author><name>Les Amis du Vieux Tamarin</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12057062049450451737</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
