vendredi 17 février 2012

Stop, please Nitiraj หยุดก่อน - นิติราษฎ์ร

หยุดก่อน - นิตราษฎ์ร

คุณว่าแผ่น ดินนี้ เป็นของใคร
จะตอบว่า ของคนไทย ก็ใช่อยู่
แต่ว่าแผ่น ดินนี้ ใครอุ้มชู
ใครรวบรวม พลสู้ กู้แผ่นดิน
ใครป้องกัน พัทชสีมา อาณาเขต
ใครกอบกู้ ประเทศ นิเวสน์ถิ่น
จึงแต่งตั้ง ให้เป็นองค์ เจ้าแผ่นดิน
ปกครองราษฎ์ร ทำกิน ตลอดมา
แม้ครอบครัว เรายังมี พ่อและแม่
เลี้ยงดูแล ประเพณี ยังตีด่า
จะย้อนกฎ มาลงโทษ บิดามารดา
ให้เท่าเทียม เขาว่า ทรพี
นิติราษฎ์ร นักปราชญ์ อาจเพ้อเจ้อ
เราเซนเซ่อ ความคิด ท่านผิดที่
อย่าดึงลง มาเท่าเทียม ทุกอย่างซี
นิ้วมือเรา ยังมี ไม่เท่ากัน
พระเจ้าแผ่นดิน พ่อแม่ และศาสดา
สมควรมี ไว้บูชา ยึดถือมั่น
112 จะแก้ให้ เท่าเทียมกัน
ความคิดนั้น ก้าวหน้า มหาภัย
ประชาธิปไตย สมัย ไทยเสรี
ประชาชน ต่างถือดี ตนเป็นใหญ่
อยากได้อะไร รวมกลุ่มกัน ถือป้าย
แม้นมิได้ ก็เผา เข้าทำลาย
หลายครั้งที่ เดินขบวน ฆ่าฟัน
นิติราษฎ์ร เกิดทัน ไช่ไหม
หลายครั้งที่ นำชาติ ให้พ้นภัย
เพราะพระองค์ ท่านฉาย บารมี
ลูกของคุณ ชอบข่มขู่ คุณปู่ย่า
ขี้มือด่า ไม่ละลด ชอบกดขี่
คุณไม่หา ไม้เรียว มาฟาดตี
คุณก็คือ ลูกที่ เนรคุณ
จงหยุดเถิด หยุดก่อน นิติราษฎ์ร
สิทธิมนุษย์ ชนอาจ ทำโลกวุ่น
เรา ป.4 มีมาก กว่าพวกคุณ
เราเทิดทูน บุญคุณ สถาบัน
เราจะรักษาชาติ ศาสน์กษัตริย์
เหมือนลูกไก่ ปฎิบัติ ยึดมั่น
จะโดดเข้า กองไป ตายพร้อมกัน
เมื่อพ่อแม่ สถาบัน ต้องสิ้นไป
จากลุง ป.4 (คมเคียว-คันไถ่)

dimanche 2 août 2009

คำกลอน ของ คำเคียว-คันไถ่

กลอนเซิ้ง
คมเคียว - คันไถ

จี่ขอเว้า เรื่องเล่ากลอนเซิ้ง ให้ฟังเบิ่ง แบบเซิ้งนางแมว
หรือตามแนว กลอนเซิ้งบั้งไฟ ถึงผู้ใหญ่ ปกครองหมู่บ้าน
เป็นคนแรก ปกครองมานาน ตั้งแต่บ้าน หมู่หนึ่งหมู่เดียว
เป็นผู้เกี่ยว ตระกูลแม่หม้าย เพิ่นลูกชาย ของแม่เฒ่าพรม
คนนิยม ชื่อผู้ใหญ่พวง ฮู้จักหลวง เมืองลพบุรี
เกิดรุ่นพี่ ของพระครูอ่ำ เป็นผู้นำ บ้านมะขามเฒ่า
มีกองข้าว ยาวยี่สิบวา ปกครองมา กว่าสามสิบปี
ตั้งแต่มี บ้านสิบสี่หลัง พอมาตั้ง แบ่งเป็นหมู่สอง
ผู้ปกครอง คือผู้ใหญ่นวน เขยคนพวน มาจากบ้านทราย
ฮู้จักนาย อำเภอบ้านเซ่า
เขาเลยเอา เป็นผู้ใหญ่บ้าน เข้าปกครอง หมู่หนึ่งอยู่นาน
มาร่วมงาน กับผู้ใหญ่กุ่ม ปกครองคุ้ม ในเขตหมู่สอง
ผู้ใหญ่กุ่ม คนแรกปกครอง ตระกูลของ ลูกแม่เฒ่าเพียร
เขาเห็นเขียน หนังสือตัวดี ความรู้มี ก่าดีพอใช้
สองผู้ใหญ่ ใส่หมวกจีโว ไต่ตะโข เครื่องแบบขาสั้น
ขี่ม้าผ่าน เข้าไปประชุม ผู้ใหญ่กุ่ม กับผู้ใหญ่นวน
กลับบ้านชวน ไปกินสาโท กินแล้วเมา ย่างตกตะโข
คุ้มบ้านโต ตะโข บ่ ดี ผู้ใหญ่กุ่ม เป็นอยู่หลายปี
มีคนดี แทนที่ทำงาน มีผู้ช่วย มีศักดิ์เป็นหลาน
ชอบทำงาน หลานแม่เฒ่าเพียร เพิ่นก่าเฮียน ธรรมมะธรรมโม
พัฒนา ตะโขให้ย่าง เบิกทางหลวง ให้ควายเทียวทาง
เป็นแบบอย่าง การพัฒนา ผู้ใหญ่นวน หมู่หนึ่งเกษียน
ชาวบ้านเปลี่ยน เป็นผู้ใหญ่สง่า เหล่าตระกูล เฒ่าเอี่ยมต่อมา
พัฒนา ถนนดินดำ เริ่มมาทำ ทางไปสระเตย
ถนนเลย ด้วนอยู่หมู่สอง ร่วมยุคของ ผู้ใหญ่เสวย
หลานเฒ่าเพียร ทางแม่ตามเคย ผู้ใหญ่เสวย ตระกูลลุงเพชร
ยุคนี้เอ็ด หมายเลขเขตบ้าน พากันย้าน ขโมยลักงัว
ป่าวเอ็ดฮั้ว ทุกๆหลังคา เป็นที่มา สังคมยุคใหม่
แต่ก่อนไป หัวท้ายหมู่บ้าน นั่งเซาฮ้าน กลางบ้านคุยกัน
เดี๋ยวนี้กั้น โฮ้ทุกหลังคา พอค่ำมา พากันอยู่ยาม
จุกอยู่ตาม ทางหลวงเข้าบ้าน นั่งตามฮ้าน คอยตีกะลอ
ยุค พอ ศอ สองสี่เก้าห้า ยุคต่อมา ผู้ใหญ่ไสว
ยุคนี้ไฟ เข้าในหมู่บ้าน เสาไฟผ่าน เข้ามาหมู่สอง
ลูกชายของ ผู้ใหญ่เสวย คนนี้เคย เป็นชาติทหาร
เพิ่นเป็นหลาน ของพ่อเฒ่าเพชร การปกครอง เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ยืนประกาศ อยู่กลางเวที ในยุคนี้ เริ่มมีสภา
พัฒนา ถนนลูกลัง วางแผนผัง ถนนในบ้าน
เคยร่วมงาน ผู้ใหญ่สง่า อยู่ต่อมา จนทันร่วมรุ่น
ถึงสมัย ผู้ใหญ่สมบุญ เพิ่นเป็นคน คุณภาพดี
ตระกูลมี ทางแม่เฒ่าเอี่ยม บ่ ใช้เหลี่ยม เล่ห์มาปกครอง
ปากจองหอง แต่เสียสละ ศิลปะ พูด บ่ น่าฟัง
แต่ก่าหวัง ดีต่อหมู่บ้าน ยุคนี้ด้าน การพัฒนา
ขุดคลองมา จนถึงบ้านเฮา โครงการเอา ลูกลังมาใส่
ถนนไป ได้ถึงบ้านกล้วย เลาะสายห้วย ไปสู่หลุมข้าว
มะขามเฒ่า บ้านเฮามีฝาย ลูกลังยาย ไปฮอดวังเวิน
บ่ เชื่อเชิญ ไปค้นคว้าดู บันทึกอยู่ สภาตำบล
สมาชิก สองหมู่สองคน สร้างถนน มาฮอดหมู่บ้าน
นำเงินผัน(ผลาญ) มาจากสภา ส. สง่า กับ ส. สมโภชน์
สร้างประโยชน์ เข้ามาอุดหนุน ส. ไสว กับ ส. สมบุญ
สร้างต้นทุน ให้รุ่นต่อมา เขาลือซ่า ว่ารุ่น สี่ ส.
เป็นผู้ก่อ โครงการพัฒนา รุ่นต่อมา ผู้ใหญ่สนิท
โทรศัพท์ ประปา ก่าติด ดาดคอนกรีต ไฟติดตามทาง
มีลาดยาง เข้าตามหมู่บ้าน บริการ สะพานข้ามคลอง
เพิ่นครอบครอง ทั้งวัดทั้งบ้าน บริหาร ทั้งเงินกองทุน
ประกาศบุญ เป็นทายกบ้าน เพิ่นลูกหลาน แม่เฒ่าจันดี
ทายกมี หน้าที่ บ่ มา โฆษณา ประกาศงานวัด
ผู้ใหญ่จัด การเบิดสู่อัน ร่วมมือกัน กับผู้ใหญ่หมู่สอง
น้องเขยของ ผู้ใหญ่สนิท เพิ่นเกาะติด ช่วยเหลือหมู่บ้าน
บริหาร วัดวาอาราม ขนถ้วยชาม หามเต๊นท์มามุง
ลาบก่าปรุง ทั้งช่วยหุงข้าว ประกาศข่าว โฆษกในงาน
ราชการ งานส่วนบุคคล ทั้งตำบล ใกล้เคียงหมู่บ้าน
เขาเรียกขาน หาผู้ใหญ่นิน คนต่างถิ่น มาจากแปดริ้ว
ทั้งตำบล เขาพากันย้อง ว่าหมู่สอง มีผู้ใหญ่ดี
ยุคนี้มี เงิน เอฟ เอ็ม แอล ได้สองแสน ซื้อเครื่องสูบน้ำ
ตั้งฮิมฝั่ง คลองลำโพนทอง ไว้คอยฮอง รับดาดคอนกรีต
เล่าอดีต ถึงปัจจุบัน ให้ฟังกัน แต่พอหอมมปาก
เป็นของฝาก จากลุงสนอง เป็นชื่อของ “คมเคียว – คันไถ”
เขายกให้ เป็นปราชญ์ชาวบ้าน ให้ลูกหลาน ได้ฟังเอาไว้
เรื่องผู้ใหญ่ ปกครองมะขามเฒ่า มีเรื่องเล่า ไว้เพียงท่อนี่

สวัสดี ลูกหลานทุกคน.
“คมเคียว – คันไถ”






คำกลอนลำพวน เรื่อง “ทำบุญกลางบ้าน”

“ คมเคียว – คันไถ”

โอ่น้อ พี่น้องบ้านหม่าขามเฒ่าเอ๊ย ข้อยจี่เว้า เรื่องเก่าโบราณ ก่อนเน้อ
เรื่องทำบุญกลางบ้าน โบราณแต่กาลก่อน ปู่ย่าตาทวดสร้าง ธรรมเนียมนี้ให้ลูกหลาน
มีตำนานเว้า ยืนยาวมาฮอด หมู่เฮานั้น มาแต่ก่อนพู้น เมืองบ้านแห่งพวน เจ๊าเอ๊ย
ซื่อเพิ่นเว้า เมืองเก่าเซียงขวาง เซียงคำ หลวงพระบาง มิ่งเมืองหองเจ๊า แดนยาวกว้าง
จดหลีผีกว้างใหญ่ เมืองใหญ่กว้าง สัตตะบัวระพัน ยันเวียงจันทน์ จำปาศักดิ์ใต้ต่ำ
ตะวันออกก้ำ ติดต่อเมืองแกว ว่าน้าแนวยาว มาจนถึงเมืองฮ้อ ทางเหนือนั้นจดผาไดผาด่าง พู้นเด๊ ปู่ย่าตาทวดสร้าง เมืองบ้านแห่งพวน เจ๊าเอ่ย.
ยามสงกรานต์เดือนห้า เวียนมาครบรอบ สรงน้ำแล้ว ดาเต๊าแต่งผาม
สังขารข้าม ตามมาปีใหม่ เจ๊าเอ๊ย เดือนหกย่าง เข้าข้างเดือนขึ้นเริ่มมา เพิ่นก่าเตรียมหา ซ้าทรายมาตบแต่ง
ฮ่ายน้ำใส่ขวดน้อย มาพร้อมธูปเทียน เทียนเวียนหัวเข้า
เอามาวัดรอบ ก่อนเน้อ วัดช่วงท้อง สายดือเจ้าสู่คอ แล้วก่าหากอหญ้า คามามัดใส่
หาดอกคูนดอกไม้ มงคลฝ้ายจ่องมา จากหมู่บ้าน หลังต่อกันมา ว่าเน้อ ดึงฝ้ายต่อ
กันมา บ่อนโฮมกันตั้ง เขาก่าพากันกั้ง โรงธรรมกั้นแดด ม่านสีแสด ปูอาสน์ไว้
นิมนต์ไหว้พระสงฆ์ นำพระพุทธรูปตั้ง โต๊ะหมู่บูชา หนังสือใบลานคาถา ใส่กล่องมาเคียงไว้ เพิ่นก่าเชิญเอาไท้ เทวดาทุกหมู่ มาอยู่เฝ้า ผามน้อยแต่งงาม พ่อแม่ฮาม
เขื่องน้อยทุกส่ำครัวเฮือน เสียงฆ้องมุย มุ่ยเตือน ลุกจากเฮือนมาได้ ตะวันบ่ายแก่ใกล้
จวนเวลาพลบค่ำ เสียงย่ำฆ้อง ต่างผันผ้ายฮีบมา เอากระต่าตั้ง เกาะกลุ่มวงหนา
จับเอาเทียนคาถา แยกมาวางไว้ เอาโอ่งน้ำมนต์วางใกล้ จุดเทียนฟังสวด สวดพระปริต
สาวดให้มงคลบ้านจี่มี ท่านเอ๊ย. ประเพณีนี้ มีมาแต่กาลเก่า เพิ่นพระพุทธเจ้า จาเว้า
สู่ฟัง ว่าน้า สวดมงคลจักรวาลนี้ ดีงามหลายอย่าง ว่าน้า ไล่สิ่งฮ้าย ให้ไกลบ้านหมู่เฮา.
เสียงสวดขึ้น ถึงแสนหมื่นจักรวาล ว่าน้า. ทั่วสถาน พิมานถิ่นแดนแมนฟ้า เทวดาเต้า
ฟังธรรมพร้อมพรั่ง พากันนั่งอยู่อ้อม คอยกั้นภูตผี อันว่าผีป่าฮ้าย ไล่ออกไปไกล
อันว่าความจังไร ให้ออกไปไกลบ้าน อย่าให้มีมารฮ้าย มาทำลายบังเบียด
ให้สะเหนียดใหญ่น้อย หายจ้อยอย่ามา ว่าเน้อ. มีแต่สามัคคีตั้ง รวมพลังให้แข็งแกร่ง
ให้รวยแบงค์ห้าร้อย พันร้อยให้หลั่งมา ขอให้โชคลาภได้ เสมอดั่งใจฝัน
ขอให้ผิวพรรณเจ้า สวยงามอยู่คือเก่า อย่ามีความโศกเศร้า ให้ใจเจ้าผ่องใส ขอให้ยึด
ฮีดไว้ สืบต่อกันมา พี่น้องเอ๊ย. มันเป็นภูมิปัญญา บูราณพาสร้าง เฮาอย่าพากันม้าง
ประเพณีติดต่อ กันเน้อ. แต่ก่อนนี้ แบ่งคุ้มแบ่งกลุ่มทำบุญ มันเล่าเปลืองเงินทุน
แต่งบุญหลายบ้าน มันเล่าเตรียมการย้าย ของไปหลายบ่อน เฮาหากโยงเส้นด้าย
ไปให้ทั่วถึง เฮาก่าดึงเอาไว้ สามัคคีฮักฮ่วม กันน้อ เฮาก่าคนหมู่บ้าน มะขามเฒ่าแห่งเดียว เจ้าเอ่ย
สวัสดี “คมเคียว-คันไถ”


คำกลอน กระทบน้ำ


แสนเจ็บใจ สุดเคือง เพราะเรื่องน้ำ ยังชอกช้ำ ใจอยู่ มิรู้หาย
วิกฤตกาล ที่ผ่านกราย เจ้าช้างสาร เยี่ยมกราย เหยียบแผ่นดิน
เมื่อต้นเดือน กรกฎา ทุ่งนาแล้ง ข้างเหี่ยวแห้ง คอยหา ธาราสินธ์
พอสิงหา มายล มีฝนริน ทั่วทุกถิ่น เริงรื่น ชื่นกมล
เดือนกันยา มองดูนา แสนชื่นฉ่ำ ข้าวหว่านดำ ผลิใบ เพราะได้ฝน
ในปีนี้ พวกชาวนา คงไม่จน ทั่วทุกคน แย้มยิ้ม กระหยิ่มรอ
เดือนตุลา เห็นนา แล้งหม่นหมอง น้ำท่วมนอง เจิ่งแรง ทุกแห่งหนอ
ผัวเมียมอง ดูนา น้ำตาคลอ ดูลูกน้อย กับหม้อ แล้วท้อใจ
พฤศจิกา น้ำตา ชาวนาหลั่ง ต่างกอดเข่า หมดหวัง พลังไถ
เจ้าช้างสาร เหยียบบ้าน เดินผ่านไป ท้องนาไร่ สูญสิ้น เห็นดินดำ
เดือนธันวา เห็นนา แล้วใจหาย หนี้มากหลาย เพราะตัวเรา ก้าวถลำ
หนี้ก็งอก ดอกก็งอก ข้าวดอกดำ ต้องรับกรรม แบกหนี้สิน ตอนสิ้นนปี

คมเคียว - คันไถ


มหา’ลัย...ไพรวัลย์

คมเคียว - คันไถ

นกกระจาบ คาบใบไผ่ และใบหญ้า แล้วนำมา สอดกลับ สลับสาน
ศิลปะ วิจิตรโพ้น บนต้นตาล แลตระกาน เป็นหมู่บ้าน วิมานนอน
รังกลมกลึง มีห้อง เพื่อรองไข่ ทำปล่องทาง ขึ้นไป หาลูกอ่อน
รังตัวผู้ ทำหลังคา สร้างเป็นคอน เป็นป้อมยาม พ่อนกนอน อยู่ไม่ไกล
พอเหยี่ยวใหญ่ งูร้าย เข้าไปหา พ่อนกจะ โถมถลา เข้ามาใส่
ฝูงนกจะ รวมกัน ป้องกันภัย ตีเหยี่ยวใหญ่ งูร้าย ร่วงลงมา
นกเรียนใน มหา’ลัย แห่งใดหนอ จึงถักทอ จัดการ งานรักษา
ไม่ได้เรียน วิศวะ และจุลาฯ ไม่มีตรร -กะศิลา กลางป่าไพร
อาณาจักร คือน่านฟ้า และป่าทุ่ง มีหัวหน้า เป็นจ่าฝูง ครองกรุงใหญ่
ไม่แบ่งชั้น แบ่งวรรณะ กั้นเขตไพร ต่างก็ทำ หน้าที่ใน ส่วนของตน
ไม่เหมือนคน อ้างมา ว่ามนุษย์ ประเสริฐสุด แล้วฉุดคร่า น่าฉงน
จราจร จราจล คนฆ่าคน อวดอ้างตน ว่าวิวัฒน์ กว่าสัตว์ใด
เรียนวิชา ตามล่า ปริญญาเอก เรียนคิดเลข ปั้นหุ่น ทุนก้อนใหญ่
ชิงแผ่นดิน เป็นของตน สร้างกลไก บนท้องฟ้า ยังขึ้นไป อ้างสิทธิ์ตน
สร้างอาวุธ ร้ายแรง แข่งพระเจ้า มาทำลาย ล้างพงศ์เผ่า กันอีกหน
ได้อะไร ขึ้นมาหนอ คนแสนกล ขว้างงูออก นอกตน ไม่พ้นคอ
สัตว์นกเป็น สัตว์ป่า ไม่ฆ่าเพื่อน อยู่แดนเถื่อน ป่าร้าง สร้างเรือนหอ
สัตว์คนเรียน ดอกเต้อร์มา ฆ่าเหล่ากอ พวกสัตว์เมือง เรียนมาก่อ วินาศภัย

คมเคียว - คันไถ
พ.ศ. 2547







บนยอดไม้

ร้องพ่อวู้ พ่อวู้ กู่ตอนเช้า เสียงเสียดเศร้า พ่อแม่ ก็แลหาย
น่าสงสาร ตัวเจ้า กาเหว่าลาย พ่อแม่เจ้า ตกเหวตาย ในตำนาน
แม่นกเอี้ยง หามาเผื่อ นำเหยื่อป้อน กาเหว่าอ้อน ปากอ้า น่าสงสาร
พ่อนกเอี้ยง ไล่ศัตรู และหมู่พาล ช่วยแม่นก หาอาหาร มาเลี้ยงดู
เสียงกาเหว่า แว่วมา น่าจะเศร้า แต่หัวใจ กาเหว่า น่าอดสู
กินไข่เขา เอาไข่เรา ให้เลี้ยงดู แท้ที่จริง คือศัตรู ผู้ทำลาย
นึกสงสาร เจ้านกเอี้ยง ไม่เดียงสา ไม่ไตร่ตรอง ใช้ปัญญา จนกว่าสาย
นั่นแซงแซว ใยป้อนข้าว กาเหว่าลาย อ๋อ..รังมัน อยู่บนปลายไม้ ใกล้ใกล้กัน

คมเคียว - คันไถ
18 พ.ค. 2546

ใครใหญ่


ที่มุมหนึ่ง ในบ้านเรา ตอนเช้าตรู่ เจ้าตุ๊กแก แอบอยู่ ที่มุมฝา
ได้ยินเสียง เถียงกัน พรรณนา เจ้าหรือข้า ตัวใคร ใหญ่กว่ากัน
บ้านบอกว่า จะมีใคร มาใหญ่เท่า ข้านี้มี ร่มเงา ให้อาศัย
ทั้งกินนอน พักผ่อน แสนสบาย หนักหรือเบา ข้ารับไว้ แต่ไรมา
เฟอร์นิเจอร์ บอกว่า ตัวข้าด้วย ขาดข้าแล้ว คงไม่สวย ต้องเสาะหา
โต๊ะเตียงตั่ง ม่านระยับ ประดับตา สิ่งบันเทิง รื่นเริงพา ให้ชื่นใจ
บ้านขาดข้า เห็นแต่ฝา ไว้กันฝน นายหญิงเขา จะทน ได้ไฉน
เธอคงจะ สำออย นั่งน้อยใจ เธอจากไป บ้านนี้ใคร จะดูแล
รถยนต์ว่า หนวกหูจัง ฟังไม่ได้ ทุกวันนี้ นายใช้ ใครกันแน่
ข้าเดินทาง ทุกวัน ไม่ผันแปร ข้านี้คือ มิตรแท้ แน่กว่าใคร
ไปท่องเที่ยว ไปทำงาน การศึกษา แอบไปหา กิ๊กมา ใช้ข้าได้
นายจะต้อง ชอบข้า มากกว่าใคร ควรมอบให้ ข้าเป็นใหญ่ ในแผ่นดิน
เสียงห้าวห้าว ดังแว่วมา จากข้างล่าง พวกเจ้าคิด เข้าข้าง ตัวทั้งสิ้น
ถึงอย่างไร เจ้าก็อยู่ ในแผ่นดิน พวกเจ้านอน พวกเจ้ากิน อยู่ที่ใด
ทั้งรถบ้าน ม่านหมอน และโรงครัว ทุกทุกอย่าง อยู่ในตัว ข้าใช่ไหม
หรือเจ้าลอย อยู่บน ฟากฟ้าไกล ให้รู้ไว้ ใครคือใคร ใหญ่ตัวจริง
แบ๊งค์พันบาท ได้ยิน ดิ้นพราดพราด เงินสามารถ ซื้อได้ ในทุกสิ่ง
เรานี้แหละ เทพเจ้า แห่งความจริง ใครต่อใคร ต่างก็วิ่ง ซบตักเรา
บ้านที่ดิน ทั้งรถยนต์ ที่คนขี่ ทั้งทีวี ทั้งนารี มีแก้เหงา
ช้าก่อน...จงฟังข้า อย่าหูเบา ถ้าพวกเจ้า ขาดเรา ก็ลำเค็ญ
ภาษิตว่า เหนือฟ้า ยังมีฟ้า ข้านี้คือ ปากกา ด้ามที่เห็น
หากสิ่งใด มิให้ ตัวข้าเซ็น เจ้าก็เป็น เพียงกระดาษ ธรรมดา
ทั้งโฉนด ที่ดิน ถิ่นที่อยู่ เฟอร์นิเจอร์ รถหรู วิวิสมาหรา
แม้แต่นาย อยากได้ ภรรยา ก็ต้องใช้ ปากกา ตัวข้าเซ็น
ตุ๊กแกขยับ ตัวลง เข้าโพรงฝา ข้าเติบใหญ่ ในบ้านมา เจ้าก็เห็น
ข้านี้แหละ ผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ต้องเซ็น มันร้องเว้น วรรคสนุก ว่าตุ๊กแก ๆ ๆ.

คมเคียว - คันไถ.

ศีลทุ...วัตถุธรรม
คมเคียว - คันไถ
คนเขาผลิต เหล็กกล้า สร้างอาวุธ แล้วนำมา ฆ่ามุษย์ ให้เราเห็น
ทั้งยูอี เอเปค และยูเอ็น ปล่อยให้ค้า อาวุธเข่น ฆ่าผู้คน
สร้างโรงงาน มหึมา ไว้ฆ้าสัตว์ ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ทุกแห่งหน
นำสัตว์ป่า เอามาฆ่า ส่งสากล เอาเนื้อเขา มาเลี้ยงตน ให้คนกิน
เขาบุกรุก ป่าไม้ ทำลายป่า ตัดไม้ฮุบ ที่ดินมา เสียจนสิ้น
คนยากจน ยังไม่มี ที่ทำกิน ไม้โฉนดเป็น ทรัพย์สิน ของคนรวย
เพียงขอเอา พนันบอลล์ ขึ้นมาไว้ แบ่งรายได้ คนขจนบ้าง เหมือนดังหวย
อ้างศีลธรรม เถียงกัน รัฐฝันรวย เอาความซวย มามอมเมา เยาวชน
เด็กยากจน ถึงมอมเมา เขาไม่เล่น ความลำเค็ญ ย่อมจำกัด ความขัดสน
มีเด็กเวร ลูกคนรวย ไม่กี่คน พ่อแม่รวย เพราะปล้น คนแรงงาน
อย่ามัวยก แต่ศีลธรรม มาปล้ำเขา สยบอยู่ ใต้อุ้งเท้า น่าสงสาร
อย่ามองมุม ของนัก วิชาการ จงมองดู สถานการณ์ ที่เป็นจริง
ทุกวันนี้ ศีลธรรม ตามวัตถุ สังคมเสื่อม กร่อนผุ ไปทุกสิ่ง
เด็กยากจน เด็กพิการ ถูกทอดทิ้ง นับเป็นล้าน มากยิ่ง ในสังคม
เสียครอบครัว ลูกคนรวย ไม่กี่พัน ให้เป็นผี การพนัน ก็เหมาะสม
มาช่วยเด็ก เป็นแสน จากโคลนตม พวกเขาคง จะชื่นชม ว่าทำดี
ทั้งบ่อนไก่ บ่อนปลา คาสิโน ฉุดเอาขึ้น มาโชว์ ไว้ทุกที่
ทั้งเงินกู้ นอกระบบ ทบดอกมี เอามาขึ้น บัญชี ไว้ทุกราย
แล้วจงวาด แผนวาง มากางไว้ แบ่งแยกให้ เป็นถนน คนละสาย
อาชีพผิด ศีลธรรม ทำกี่ราย ที่ขุดดิน หินทราย มีกี่คน
แล้วให้ท่าน นายก ชื่อทักษิณ มองจากฟ้า สู่ดิน วิเคราะห์ผล
แยกผลดี ผลชั่ว ไม่มั่วปน พญาเหยี่ยว มองจากบน ต้นลงมา
ไม่เหมือนหนู ซุกอยู่ มุดรูร้อง เตือนพวกพ้อง ระวังแนว แมวกับหมา
เหยี่ยวบินบน ยลสำรวจ ตรวจดูนา เห็นทุกรู หนูนา ทั้งหมาแมว
นี่คือข้อ พอเปรียบ เทียบให้เห็น ยกของเถื่อน ที่ซ่อนเร้น มาจัดแถว
จะเดินทาง หนใด ต้องวางแนว เขียนอักษร ต้องมีแถว บรรทัดวาง
ใช้วัตถุ เงินทอง กองเป็นป้าย แล้วขีดทาง ม้าลาย ห้ามออกข้าง
เอาศีลธรรม ส่องไฟ ตามแนววาง ตามกระแส วัตถุทาง ค่านิยม
หากท่านเอา ศีลธรรม มาทำป้าย ต้องทำลาย วัตถุกรรม ทำให้ล่ม
มาปลูกข้าว เลี้ยงควาย กลางสายลม แล้วทำลาย ทุนนิยม หมดโลกไป

คมเคียว - คันไถ.





ความเท่าเทียม ที่ไม่เท่ากัน

คมเคียว - คันไถ

อันหญิงนั้น เปรียบเป็น เช่นดอกไม้ ชายเปรียบเป็น เช่นตะไคร้ และใบข่า
หญิงเปรียบเป็น เพชรมณี นิลจินดา ชายนั้นเป็น เหล็กกล้า ศิลาแลง
หญิงเปรียบเป็น ศศิธร ที่อ่อนสี ชายอาจเป็น ดวงสุรีย์ ที่ส่องแสง
หญิงออกทัพ รับศึก ก็อ่อนแรง ละครรำ ชายแสดง ก็ป่วยการ
ส.ว. เจ้า เว้าเอ็ดหยัง บ่ ฟังไผ ความเท่าเทียม คืออย่างไร จงเล่าขาน
หญิงเด่นดี กว่าชาย ก็หลายการ บางอย่างชาย เชี่ยวชาญ เฉพาะตัว
หญิงมากชู้ อย่างชาย ทำได้หรือ คนคงลือ ว่ากระหาย เอาหลายผัว
ผ้าขาวม้าพาด หน้าห้องเวียน สับเปลี่ยนตัว เกิดลูกมา พ่อตัว คือผู้ใด
วัยรุ่นมั่ว ทุกวันนี้ มิได้หยัน เพราะต้องการ ทัดเทียมทัน กันใช่ไหม
ความรักนวล สงวนนาง จางหายไป หาแม่ดี ของลูกได้ ยากเต็มที
ความเท่าเทียม ย่อมหาได้ ในทางอื่น หญิงมากกว่า ชายเป็นหมื่น ในกรุงศรี
ใยไม่ช่วย ปวีณา ครองธานี ช่วยอองซาน ซูจี ครองรามัญ
รณรงค์ ให้ลูกผู้ หญิงทุกคน เลือกสตรี แทนตน ทุกเขตขัณธ์
เป็นผู้แทน เข้าสภา สถาบัน แข่งผู้ชาย เธอกับฉัน ใจต่อใจ
เวลาคล้อง พวงมาลัย ให้พระเอก ยี่เกเสก โอมเล่า เป่ามนต์ใส่
แบงค์ใบพัน ใบห้าร้อย ห้อยเรียงใบ เป็นหมื่นแสน คล้องให้ จามใจตน
หาพระเอก ลิเก ลงเลือกตั้ง ให้ปวีณา ต้องผิดหวัง อีกสักหน
ความเท่าเทียม ใยไม่สร้าง เข้าข้างตน เลือกคนหล่อ พอใจตน เข้าสภา
ดูตัวอย่าง ปวีณา อรอารีย์ เยาวภา และวันดี สตรีกล้า
สร้างศักดิ์ศรี เหนือชาย ใช้กีฬา ผลักดันตน เองขึ้นมา หน้าเวที
ไม่ต้องง้อ ร้องขอ ความเท่าเทียม แข่งการเรียน ยอดเยี่ยม ได้เกรดสี่
รัฐมนตรี เป็นหญิง เราก็มี เราแพ้ชาย ตรงที่ ใจเราเอง

คมเคียว - คันไถ

กระทุ่มผุ
คมเคียว - คันไถ

ต้นกระทุ่ม กอใหญ่ ใกล้หมู่บ้าน ทางเกวียนผ่าน สุมทุม พุ่มไสว
หมู่พ่อค้า พานิช จากแดนไกล มาพักแรม ค้าขาย ที่ปลายนา
มีน้ำตาล ถั่วงา และปลาย่าง วัวเทียมต่าง กองเกวียน เวียนมาหา
นำสินค้า มาแลกข้าว กับชาวนา เผือกมันมา ให้เลือก ข้าวเปลือกไป
แม่นำข้าว แลกเอาอ่าง กระถางน้ำ ทั้งถ้วยชาม ดินปั้น ฉันถือให้
กล้วยไข่เต็ม ล้นมือ น้องถือไป เพียงพอใจ พอพึ่งพา บ้านนาเรา
แต่เดี๋ยวนี้ ไม่มีต้น กระทุ่มใหญ่ เพราะต้นไฮ ขึ้นคลุม รุมจนเฉา
พวกกาฝาก เกาะกินน้ำ ทำร้ายเอา หุ้มลำต้น ปล้นเอา จนเฉาตาย
อนาถตัว เจ้าหนอ กอกระทุ่ม เกิดที่ลุ่ม ชีวิตผ่าน ก็นานหลาย
เพียงนกมา ถ่ายใส่ต้น สิบปีปลาย กระทุ่มกลาย เป็นต้นไฮ ใหญ่กว่าตัว
กาฝากเดน เศรษฐกิจ ชนิดใหม่ คอยเกาะกิน แรงกาย ใช้แต่หัว
มือใครยาว สาวเอา เข้าข้างตัว ต่างเมามัว โกยมา เข้าหาตน
ไม่ทำนา ไม่ปลูกมัน ไม่ปั้นหม้อ เพียงนอนรอ หุ้นออก ให้ดอกผล
คนใช้แรง ทำงาน กลับยากจน คนนอนกิน แรงคน กลับเฟื่องฟู
ต้นกระทุ่ม กอใหญ่ ตายไปแล้ว ตายพร้อมกับ รากแก้ว กำลังผุ
ต้นไฮขาด รากแก้ว โดนพายุ คงตายผุ โค่นหัก ในสักวัน

คมเคียว - คันไถ
25 มถุนายน 2546





ร่าย..รามเกียรติ์
คมเคียว - คันไถ

หิรัญยักษ์ ทักษิณ กินประเทศ ม้วนแผ่นดิน รัชดานิเวศ ไปเสียสิ้น
แล้วหนีบใส่ รักแร้ อสุรินทร์ แถมงาบกิน ดาวเทียม ชื่อไทยคม
ท้าวจำลอง พาลี ผู้มีศักดิ์ ชวนฤาษี กินผัก มาขย่ม
ลิงอโสก ขีดขิน บุรินทร์รมย์ มาเหวย..เรา เหยียบให้จม ธรณี
ฝ่ายคำแหง สนธิสะ หนุมาน สมเกียรติ ชมภูพาน หลานกระบี่
สุริยะใส สุครีพ น้องพาลี องคต สมศักดิ์มี ฤทธิไกร
ฝ่ายนิลพัท ชัยวัตร ตวัดฆ้อน พิภพนิลนล คอนไม้ ท่อนใหญ่
เทอดภูมิ มัจฉาณุ ผู้เกรียงไกร นิลเอกมังกร อมรไกร ชุณหวัณ
เก้าวานร พันธมิตร คิดต่อสู้ อหิงสา รวมหมู่ ชูกำปั้น
ว่าเหวยเหวย กูจะล้าง เผ่ากุมภัณ ลงโลกัณต์ นรก ตกลงคลอง
ฝ่ายทักิณ หิรัญยักษ์ พักตร์หน้าเหลี่ยม แบ่งร่างแปลง ภาคเทียม กำลังสอง
เป็นสมัคร สากัณฐ์ ตัวสำรอง มีสิบหน้า ดังกลอง พระตีเพล
เข้ามาแทน ปกครอง ป้องกันทาส เกือบสามร้อย หมอบใต้บาท ของยักษี
ให้เป็นไหม รับช้า อสุรี เอาร่างพลี ปกครอง ป้องกันนาย
เจ้าวิรุณหก สาหัส ณัฐเสือไก้ เจ้าหน้าใหญ่ ไมยราพ พรมพันธ์สาย
ทั้งวาริ นนทุก ยุคหลังลาย ป้องกันนาย แก้ประเด็น เอนบีที
ท้าวเนวิ นารา สัทธาสูร ยักษ์ปากห้อย นำกระสุน ส่งลูกพี่
ว่าวะเหวย เทวดา ประชาชี ซัดหอกดาบ ให้ที จากปลายนา
บรรดาทาส เคยอุดหนุน ทุนหมู่บ้าน นำอีแต๋น ออกมาต้าน ไว้ก่อนหนา
กระสุนมี มากมาย บ้านปลายนา นำเอามา ปาหัวลิง ให้วิ่งซี
มาช่วยสมัคร สากัณฐ์ พันธุ์หนังเหนียว ยักษ์หน้าเขียว ยุให้สู้ ตูไม่หนี
ว่ามณโฑ เมียข้าหนา เจ้าพาลี มันยังมี หน้ามาแก่ง แย่งเมียกู
ข้าขอสิทธิ์ นางมาจาก พระศิวะ เพราะพลัง ประชานะ น่ะว่ะสู
มาโดยชอบ ยังมาแกล้ง แย่งเมียกู ให้มันรู้ ซีว่าใคร ใหญ่กว่ากัน
ตูสมัคร สากัณฐ์ พันธุ์หน้าด้าน ลูกน้องยักษ์ ตูก็ต้าน คอยกางกั้น
มันบุกยึด กรุงลงกา มาหลายวัน เราไปกัน ประชุมตรง ที่ดงตาล
จะอะไร ยังไงกัน นักกันหนา จะไล่ฆ่า กันให้ตาย หรือไงท่าน
หิรัญทักษ์ ยักษ์ก็บิน ไปบาดาล ยังหน้าด้าน ขับไล่ ไม่เลิกลา
ประกาศกฎ ปราบกบถ นำมาใช้ น.ปพ. ลุยไป เที่ยวไล่ล่า
จิกเอาหัว วานร ก้าวร้าวมา ให้มันสม น้ำหน้า เจ้าพาลี
ฝ่านเทวะ มาตุลี ผู้เกรียงไกร ดูเรื่องชัก บานปลาย เสียแล้วนี่
จึงแต่งสาร ส่งรายงาน ไปทันที เพื่อกล่าวโทษ อสุรี สมัครสากัณฐ์
ขอแรงท้าว อรชุน ผู้เรืองศรี ใครกล้าแหยม อสุรี นอกจากท่าน
ท่านจงแผลง ศรเก้า มหากาฬ ไปล่ามไว้ ใต้บาดาล อีกสักตน
วันนั้นจึง เป็นวัน พันธมิตร เก้าวานร พิชิตศึก อีกหนึ่งหน
ท้าวอรชุน แผลงศร ฤทธิรณ นาคบาศ เก้าตน จับขุนมาร
ก่อนถูกจับ ด้วยศร นาคบาศ ทักษ์สมัคร สากัณฐ์ประกาศ อย่างอาจหาญ
ว่าเหวยเจ้า พาลี หนุมาน ถึงอย่างไร ก็ประหาร ข้าไม่ตาย
ตราบใดหนอน น้ำคูต อุจจาระ ยังเยียะยะ เกะกะ มามากหลาย
หนอนสวรรค์ อย่างพวกสู หรือสู้ได้ เพราะของชอบ ของใคร ก็ของมมัน
เดี๋ยวพวกตู จะกลับ มาเกิดใหม่ ให้ยิ่งใหญ่ โยงใย เกาะกันมั่น
ตูจะปา ระเบิดแบ๊งค์ ใบละพัน มาฟาดฟัน พวกลิง ดิ่งลงคลอง
ดูว่าใคร อยู่กับลิง หรือพวกยักษ์ ใครจะไป กินผัก ตามท้องร่อง
ไปกับยักษ์ นั่งบน กองเงินทอง อยู่กับลิง คอยแต่จ้อง จับแมลง
ฝ่ายคำแหง หนุมาน ก็ค้านว่า วะเหวยเหวย อสุรา อย่ากำแหง
อยู่กับลิง กินผลไม้ กับแมลง ไปกับยักษ์ มันจะแกง กินหัวคน
ลิงกับยักษ์ พักรบ จบลงก่อน มีโอกาส จะย้อน เล่าอีกหน
อ่านแล้วคิด ยักษ์กับลิง อิงกับคน คมเคียวคน ถือคันไถ ชาวไร่นา

คมเคียว – คันไถ
กันยายน 2551




แด่..แนวหน้า
คมเคียว – คันไถ

ขอส่งใจ ไปเยือน แด่เพื่อนรัก ผู้พิทักษ์ รักษาเขต ประเทศสยาม
เป็นแนวหน้า นำทัพ รับสงคราม คอยปราบปราม ผู้ก่อการ ด้านชายแดน
เราอยยู่สุข สำราญ ทหารเหนื่อย เราฟุ่มเฟือย เพื่อนประหยัด พิบัติแสน
เราคลึงเคล้า เฝ้าพลอด นอนกอดแฟน เพื่อนชายแดน จูบชม คมด้ามปืน
เพื่อนต้องกรำ ฝนแดด ที่แผดร้อน ยามกินนอน กลางป่า ระอาฝืน
บางครายืน กินกัน มิทันกลืน ขยับปืน ทิ้งสำรับ ขับไพรี
แม้นข้าศึก ฮึกหาญ ออกรานรับ รบไล่ขับ รับรุก บุกไม่หนี
เราเทอดทูน เพื่อนนัก ด้วยภักดี ชายชาติ วีรบุรุษ สุดรรำพัน
เราสร้างสรรค์ เศรษฐกิจ ผลิตผล ไว้เพื่อปรน ผู้แกล้วกล้า อาสาขัน
ท่านเป็นรถ เราเป็น เช่นน้ำมัน แรงขับขัน ไอยรา คือหญ้าไทร
ร่มไตรรงค์ ธงไทย ไกวสะบัด ไทยวิวัฒนา อัชฌาศัย
สามัคคี เร่งรัด ขจัดภัย อธิปไตย ชาติชู ทุกผู้คน
แนวหน้าเป็น กองกำลัง พลังฤทธิ์ แนวหลังคอย เนรมิต ผลิตผล
ไทยผลิต ไทยใช้ทั่ว ทุกตัวคน รวมมวลชน เป็นแสนยา มหากาฬ
ขอเดชะ พระสยาม เทวาธิราช ประสิทธิ์สาท มหิทธา มหาศาล
ศัตรูจง ย่นระย่อ เลิกก่อการ จงแพ้พาล วิปลาส พินาศเอย


คมเคียว - คันไถ




“ผู้ลืมตีน” สำหรับเพื่อนเก่า

มีปัญหา ส่งมาเตือน ให้เพื่อนคิด จงพินิจ ให้ซึ้ง ถึงปัญหา
จงรำลึก นึกพลัน ด้วยปัญญา แล้วหาค่า ความห่าง แตกต่างกัน
อดีตกาล ผ่านมา ไม่ช้านัก มีเพื่อนรัก ร่วมสมัย ในไพรสัณห์
เป็นลูกชาย ชาวนา มาเหมือนกัน วัยต่างกัน มะขามเฒ่า คราวละปี
บ้านคนหนึ่ง ทิศอุทัย จะไขแสง บ้านคนสอง กลางแสง ระวีศรี
คนที่สาม อัสดง องค์สุรีย์ ตำแหน่งที่ เรียงเห็น ตามเส้นจร
เป็นลูกคน ถือคันไถ เติบใหญ่กล้า เคยเก็บผัก หักหญ้า เลี้ยงกาสร
เคยไล่วิ่ง ยิ่งกา ทุ่งนาดอน เคยหาบคอน ตกปลา มากับมือ
ครั้นเมื่อครา เข้าเรียน ขีดเขียนอ่าน ครูสำราญ ฝึกเขียน เรียนหนังสือ
โรงเรียนวัด มะขามเฒ่า เฝ้าฝึกปรือ จำนงค์ครู รัญจวนคือ ครูช่วยนำ
พรระพรหมขีด ช่องว่าง ทางโอกาส คนหนึ่ง ปราดเปรื่องเขียน เรียนจนหนำ
คนสองตาม กระชั้นชิด สนิทนำ คนสามทำ ปริญญา ทุ่งนาดอน
อยากจถาม ความในใจ เพื่อนไว้บ้าง ข้าอ้างว้าง ช่วยขจัด ปัดสังหรณ์
ความรู้มี บ้างไหม ที่ไพรดอน ในพงพอน ฤาเพียงมี แต่ขี้-ลา
เพื่อนเอย อย่าเยาะเย้ย ข้าเคยคิด แม้ชีวิต อาจโชคร้าย อยู่ในป่า
ข้ายังช่วย ชาติไทย ให้พัฒนา ส่งเสริม ความก้าวหน้า ประชาชน
เพื่อนคนหนึ่ง เป็นนายพัน ประจันทัพ คนหนึ่งรับ โรงเรียน เขียนฝึกฝน
ข้ารับงาน พัฒนา สภาตำบล เราต่างคน ต่าวงมี หน้าที่การ
เล่าปี่ มีดาบคู่ สู้หมู่ศึก กวนอู ฝึกง้าวหนัก เข้าหักหาญ
เตียวหุย น้องคล่องทวน กระบวนการ ควรประมาณ เชิดชู ท่าผู้ใด
ท่านคุยเห่อ จริงหนอ เรียน ม. แปด ข้าตรำแดด ฝึกเพียร เรียนหัดไถ
พวกท่านเรียน ในมหา วิทยาลัย ข้าเรียนใน มหา พนาลี
ข้ารู้ว่า กบมันร้อง ฝนต้องตก รู้ป่าปก หนองหนา ปลาไม่หนี
รู้ว่าลม แรงบน ฝนไม่มี รู้วิธี ผู้ชาย ขยายพันธุ์
เพื่อนอย่างอน ข้าแต่งกลอน มาย้อนหยอก อย่าช้ำชอก จงให้ อภัยฉัน
ใช่เคืองขัด หาว่าวัด รอยเท้ากัน เพียงแต่มัน ซึ่งค่า ราคาคุย

คมเคียว - คันไถ 2518


“เขา” สำหรับ มนตรี


บุรุษหนึ่ง ผู้เกิดมา เห็นฟ้ากว้าง ดูเวิ้งว้าง หนักหนา กลางนาเช่า
ความยากจน เข้ามาฉุด สุดบรรเทา รวมพี่น้อง ของเขา ทั้งแปดคน
บนประเทศ เขตแคว้น แดนสยาม แหล่งพืชผล เกิดขึ้น ตามน้ำฝน
เป็นลูกชาย ชาวนา ผู้ยากจน เขาสู้ทน สู้ลำบาก สู้ตรากตรำ
เขาขี่รถ จักรยาน ไปโรงเรียน เขาใฝ่ฝัน พากเพียร เรียนร่ำ
ทางกากหิน ดินโขด สูงและต่ำ จนร่างกาย กำยำ สูงใหญ่
แม่เอาเงิน ใส่ซอง ให้สองบาท ปั่นรถไกล จนหยาด เหงื่อรินไหล
ไปกลับจาก โรงเรียน สิบหกไมล์ กลับถึงบ้าน รีบออกไป ช่วยไถนา
หกปี ที่มานะ และอดทน พาเรียนจบ มัธยม ต้นศึกษา
วัยสิบเจ็ด พบชาว อเมริกา เป็นสามี ของอา ชื่อซาเยล
ฝากทำงาน บริการ ห้องสมุด เขาเริ่มหลุด ออกจาก ความยากเข็ญ
ได้เงินเดือน พร้อมเรียน เอ ยู เอ็น ชีวิตเริ่ม มองเห็น หนทาง
เหมือนพระเจ้า สับปะดน กับคนยาก พ่อผู้เคย ลำบาก เคยถากถาง
ต้องมาจบ ชีวิตลง ระหว่างทาง ไม่ทันเห็น เขาสร้าง อนาคต
กำพร้าพ่อ มินาน และผ่านไป น้ำตา ลูกผู้ชาย ต้องไหลหยด
ดุจเวรกรรม นำมาผลาญ มารประชด แม่จากไป ไม่มีกำหนด จะกลับคืน
เขายืนมอง ขอบฟ้า น้ำตาไหล มองสุด ขอบฟ้าไกล ใจขมขื่น
วิหคผิน บินลับ ไม่กลับคืน ที่ตรงนี้ เขาจะยืน อยู่กับใคร
แผ่นดินนี้ ไม่มี พ่อและแม่ แผ่นดินนี้ มีแต่ ความหมองไหม้
แผ่นดินนี้ มีแต่ ความยากไร้ แผ่นดินนี้ ให้แต่ใจ ที่ชอกช้ำ
เขามองดู หน้าพวก พี่และน้อง ชายตา ลอบมอง ล้วนหมองคล้ำ
พวกเขาต่าง ต้องลำบาก ต้องตรากตรำ ใครหรือ จะนำ คอยค้ำชู
จำใจพราก จำจากจร หาคอนใหม่ หวังพึ่งพา อาศัย พอได้อยู่
ฟร้านซ์วันนี้ มีเพื่อน คอยค้ำชู คงมีผู้ ให้ความ รื่นรมย์
สิบห้าปี ที่วัน เวลาผ่าน เป็นตำนาน แห่งความ ขื่นขม
เป็นตำนาน แห่งความ ชื่นชม เข้ามา ผสม กลมกลืน
น้องเอย เจ้าจง เป็นสุขขี สิบห้าปี แห่งความ สดชื่น
สิบห้าปี แห่งความ ยั่งยืน สิบห้าปี หยิบยื่น ชัยชนะ

เนื่องในวันฉลองครบรอบ 15 ปี ในฝรั่งเศส
คมเคียว - คันไถ
12 มิถุนายน 2535


คำกลอน “จากพ่อ” มรณานุสสติ


ถามว่าพ่อ ทำอะไร เอาไว้บ้าง ก่อนอื่นอ้าง พื้นฐาน การศึกษา
พ่อเกิดเป็น ลูกคนจน คนเช่านา เรียนจบชั้น ปริญญา บนหลังควาย
สร้างฐานะ ที่ขัดสน ทนลำบาก แม้นเหนื่อยยาก อับจน ทนขนขวาย
กลัวแต่ลูก จะทุกข์ยาก ลำบากกาย จึงขนขวาย ส่งไป ให้ได้เรียน
กับน้องพ่อ หญิงชาย ทั้งหลายเล่า ชีวิตเศร้า อับเฉา เฝ้าหันหัยน
พ่อแม่ตาย ชีวิตกลาย ดุจวงเวียน พ่อก็เพียร อุ้มชู อยู่เรื่อยมา
กับพี่น้อง ประชาชน คนหมู่บ้าน พ่อก็วาง รากฐาน งานอาสา
สร้างถนน ทำโครงการ งานสภา ขุดลอกคลอง นำน้ำมา สู่ชุมชน
เป็นประธาน กรรมการ งานศึกษา หาเงินฟรังซ์ ผรั่งมา แก้ขัดสน
ตั้งกองทุน “กางกรณ์” เด็กยากจน เงินฝรั่ง สามสิบคน ส่งเรียนมา
ทางด้าน ศาสนสถาน งานก่อสร้าง ศาลาร้าง จับมือกัน ขันอาสา
หาแหล่งเงิน มาก่อร่าง สร้างศาลา กับพระครู สมุห์วันนา อยู่หลายปี
เงินกองทุน อุดหนุน ทุนหมู่บ้าน เป็นประธาน ทุนเงินล้าน คุมลูกหนี้
ประชาคม เป็นประธาน อยู่นานปี กข.คจ. คุมบัญชี เลขานุการ
ชีวิตพ่อ หยุดลง ที่ตรงนี้ สร้างความดี เอาไว้ ในหมู่บ้าน
ช่วยบ้านเกิด เหล่ากอ พอประมาณ ลูกแลหลาน พึงกำหนด จดใส่ใจ
จงจำไว้ ว่าบ้านเก่า ที่เราเกิด วัดเราบวช ย่อมประเสริฐ กว่าแห่งใหน
บ้านตายดี ก็จะมี ประโยชน์ใด ตอนสุดท้าย เราต้องพราก ตายจากมัน
ให้ลูกหลาน รักบ้านเก่า ของเรานี้ ก่อกำเนิด ให้ชีวี เป็นแม่นมั่น
ร่ำรวยแล้ว จงอย่า ได้ลืมกัน ให้แบ่งปัน เชิดชู ให้รู่คุณ
อย่าทอดทิ้ง บ้านเก่า ให้เหงาอยู่ วัดเก่าเรา รอผู้ สนับสนุน
เพื่อนบ้านเก่า รอเจ้า มาเกื้อกูล กระดูกญาติ รอส่วนบุญ จากเจ้าเอย

คมเคียว-คันไถ่
2547